|
การเปรียบเทียบคุณสมบัติทางจิตมิติระหว่างแบบวัดฉบับสั้นที่พัฒนาจากวิธีที่ต่างกัน : การศึกษาแบบวัดความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรค |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การเปรียบเทียบคุณสมบัติทางจิตมิติระหว่างแบบวัดฉบับสั้นที่พัฒนาจากวิธีที่ต่างกัน : การศึกษาแบบวัดความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรค |
| Creator | กรรณ์ชลิกา ชัยสุวรรณ |
| Contributor | โชติกา ภาษีผล |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2555 |
| Keyword | การวัดทางจิตวิทยา, Psychometrics |
| Abstract | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อพัฒนาแบบวัดฉบับสั้นของแบบวัดความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคชนิดแบบวัดสถานการณ์สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่มีความยาวและวิธีการคัดเลือกที่ต่างกัน และ 2) เพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติทางจิตมิติของแบบวัดฉบับสั้นของแบบวัดความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคชนิดแบบวัดสถานการณ์สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่พัฒนาจากวิธีที่ต่างกัน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 5 ปีการศึกษา 2555 ที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 675 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบวัดความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคชนิดแบบวัดสถานการณ์ที่ผู้วิจัยเป็นผู้สร้างขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรม SPSS LISREL และ MULTILOG ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. แบบวัดฉบับสั้นที่พัฒนาขึ้นเป็นแบบวัดชนิดสถานการณ์ มี 3 ตัวเลือก พัฒนามาจากแบบวัดต้นฉบับที่มีจำนวน 24 ข้อ โดยใช้วิธีการคัดเลือกข้อคำถาม 3 วิธี ได้แก่ การพิจารณาน้ำหนักองค์ประกอบ การพิจารณาดัชนีจำแนกรายข้อตามทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบด้วยการพิจารณาค่า a และการพิจารณาดัชนีจำแนกรายข้อตามทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิมด้วยการพิจารณาค่า corrected item-total correlation แต่ละวิธีการคัดเลือกมีความยาว 3 รูปแบบได้แก่ 8, 12 และ 16 ข้อ ดังนั้นจึงได้แบบวัดฉบับสั้นที่พัฒนาด้วยวิธีต่างกัน 9 ฉบับ โดยมีค่าความเที่ยงอยู่ระหว่าง 0.71 ถึง 0.79 โมเดลการวัดของแบบวัดฉบับสั้นทุกฉบับมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ดีหรือมีความตรงเชิงโครงสร้างในระดับดี (GFI มีค่าระหว่าง 0.98 ถึง 1.00, AGFI มีค่าระหว่าง 0.97 ถึง 0.99, RMR มีค่าระหว่าง 0.011 ถึง 0.027 และค่าไค-สแควร์สัมพัทธ์ ( x²/df) มีค่าระหว่าง 0.72 ถึง 1.30) แบบวัดฉบับสั้นทุกฉบับมีค่าฟังก์ชันสารสนเทศสูงสำหรับผู้ที่มีระดับความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคค่อนข้างต่ำ (-2.00≤θ≥0) 2. ผลการเปรียบเทียบคุณภาพ สำหรับแบบวัดฉบับสั้นความยาว 8 ข้อ พบว่า วิธีพิจารณาค่า corrected item-total correlation มีความเที่ยงสูงสุดและมีประสิทธิภาพสัมพัทธ์เฉลี่ยสูงสุด วิธีพิจารณาค่าน้ำหนักองค์ประกอบมีความตรงเชิงโครงสร้างดีที่สุด สำหรับแบบวัดฉบับสั้นความยาว 12 ข้อ พบว่า วิธีพิจารณาค่าน้ำหนักองค์ประกอบ วิธีพิจารณาค่า a และวิธีพิจารณาค่า corrected item-total correlation มีความเที่ยงเท่ากัน วิธีพิจารณาค่า a และวิธีพิจารณาค่า corrected item-total correlation โมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพสัมพัทธ์เฉลี่ยสูงสุด และสำหรับแบบวัดฉบับสั้นความยาว 16 ข้อ พบว่า วิธีพิจารณาค่า a และวิธีพิจารณาค่า corrected item-total correlation มีความเที่ยงสูงสุดและโมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ดีที่สุด วิธีพิจารณาค่าน้ำหนักองค์ประกอบ วิธีพิจารณาค่า a และวิธีพิจารณาค่า corrected item-total correlation มีประสิทธิภาพสัมพัทธ์เฉลี่ยเท่ากัน |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |