|
การวิเคราะห์เชิงประเมินโปรแกรมส่งเสริมการเรียนรู้ สำหรับเด็กสมาธิสั้นระดับประถมศึกษา ของหน่วยงานในกรุงเทพมหานคร |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การวิเคราะห์เชิงประเมินโปรแกรมส่งเสริมการเรียนรู้ สำหรับเด็กสมาธิสั้นระดับประถมศึกษา ของหน่วยงานในกรุงเทพมหานคร |
| Creator | นันทิดา วังกรานต์ |
| Contributor | วรรณี เจตจำนงนุช |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2554 |
| Keyword | เด็กสมาธิสั้น, การเรียนรู้, Attention-deficit-disordered children, Learning |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบวิเคราะห์เชิงประเมิน มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ (1)เพื่อศึกษาการจัดโปรแกรมส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กสมาธิสั้นระดับประถมศึกษาของหน่วยงานในกรุงเทพมหานคร (2)เพื่อวิเคราะห์เชิงประเมินโปรแกรมส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กสมาธิสั้นระดับประถมศึกษาของหน่วยงานในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือหน่วยงานในกรุงเทพมหานครมาทั้งหมด 7 แห่ง โดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ได้แก่ (1)โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ (2)ศูนย์สาธาณสุข 59 เขตทุ่งครุ (3)โรงเรียนเกษมพิทยา ( 4)โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ (5)โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ (6)มูลนิธิสถาบันแสงสว่าง (7)สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบบันทึกสาระ หลักการ และวิธีดำเนินการจัดโปรแกรมส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กสมาธิสั้นระดับประถมศึกษาของหน่วยงานในกรุงเทพมหานคร และแบบวิเคราะห์เชิงประเมินโปรแกรมส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กสมาธิสั้นระดับประถมศึกษาของหน่วยงานในกรุงเทพมหานคร โดยใช้รูปแบบซิป (CIPP Model) ผลการวิจัยพบว่า 1.โปรแกรมส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กสมาธิสั้นที่หน่วยงานต่าง ๆ จัดให้กับเด็กสมาธิสั้นมากที่สุดคือ โปรแกรมอบรมผู้ปกครองของเด็กสมาธิสั้น ต่อมาคือโปรแกรมการปรับพฤติกรรมแบบควบคุมตนเอง โปรแกรมการปรับพฤติกรรมในการทำงานและความถูกต้องของงาน โปรแกรมเสริมสร้างทักษะทางสังคม โปรแกรมการปรับพฤติกรรมโดยใช้กิจกรรมศิลปะ และโปรแกรมการปรับพฤติกรรมโดยใช้กิจกรรมการส่งเสริมความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเอง เรียงตามลำดับ 2.จากการวิเคราะห์เชิงประเมินโปรแกรมส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กสมาธิสั้นระดับประถมศึกษาของ หน่วยงานในกรุงเทพมหานคร โดยใช้การประเมินรูปแบบจำลองซิป (CIPP Model) พบว่าหน่วยงานต่าง ๆ จัดโปรแกรมส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กสมาธิสั้น โดยมีหลักเกณฑ์การดำเนินงานครบทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านสภาวะแวดล้อม ด้านปัจจัยเบื้องต้น ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต และจากการศึกษารายข้อพบว่า หน่วยงานต่าง ๆ ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากบุคคลภายนอกหรือหน่วยงานอื่น ๆ เท่าที่ควร หน่วยงานต่าง ๆ มีปัญหาในเรื่องความเหมาะสมของเวลาในการจัดโปรแกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ขาดอุปกรณ์และสื่อที่ใช้จัดโปรแกรมควรได้รับการสนับสนุนมากขึ้น และประการสำคัญการจัดโปรแกรมส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กสมาธิสั้นยังขาดการประเมินผลโปรแกรมและการประเมินประสิทธิผลของโปรแกรม |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |