|
การพัฒนามาตรวัดแบบการคิดพหุมิติตามทฤษฎีจิตในการปกครองตนเองสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การพัฒนามาตรวัดแบบการคิดพหุมิติตามทฤษฎีจิตในการปกครองตนเองสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 |
| Creator | นิอร ไชยพรพัฒนา |
| Contributor | สุวิมล ว่องวาณิช, โชติกา ภาษีผล |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2554 |
| Keyword | การสร้างมาตรวัดแบบพหุมิติ, การควบคุมตนเอง, ความคิดและการคิด, Multidimensional scaling, Self-control, Thought and thinking, ปริญญาดุษฎีบัณฑิต |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อพัฒนามาตรวัดแบบการคิดพหุมิติตามทฤษฎีจิตในการปกครองตนเอง (Theory of Mental Self – government) สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2) เพื่อตรวจสอบคุณภาพของมาตรวัดแบบการคิดที่พัฒนาขึ้น 3) เพื่อศึกษาโปรไฟล์ของแบบการคิดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และความสัมพันธ์ของแบบการคิดของนักเรียนในแต่ละมิติกับภูมิหลังของนักเรียน ทั้งทางด้านเพศ และระดับผลการเรียน โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน จำนวน 1,545 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์ตามทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบด้วย Nominal Response Model การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และการวิเคราะห์จำแนกกลุ่มแบบสองขั้นตอน 1)มาตรวัดแบบการคิดประกอบไปด้วย 5 มิติ ได้แก่มิติด้านหน้าที่ มิติด้านรูปแบบ มิติด้านระดับ มิติด้านขอบเขต และมิติด้านความโน้มเอียง มีค่าความเที่ยงเท่ากับ .872, .913, .722, .777 และ .799 ตามลำดับ และมีความตรงเชิงโครงสร้าง เมื่อวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันพบว่ามาตรวัดแบบการคิดในทั้ง 5 มิติ มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีค่าดัชนี CFI อยู่ระหว่าง .918 ถึง .975 ค่าดัชนี TLI อยู่ระหว่าง .919 ถึง .988 ค่า RMSEA อยู่ระหว่าง .036 ถึง .046 และค่า SRMR อยู่ระหว่าง .060 ถึง .081 2)นักเรียนส่วนใหญ่มีแบบการคิดในมิติด้านหน้าที่เป็นแบบผู้ตัดสิน (judicial) มิติด้านรูปแบบ เป็นแบบลำดับขั้น (hierarchic) มิติด้านระดับเป็นแบบมองเฉพาะระดับท้องถิ่น (local) มิติด้านขอบเขตเป็นแบบภายนอก (external) และมิติด้านความโน้มเอียงเป็นแบบเสรีนิยม (liberal) 3)โปรไฟล์ของแบบการคิดทั้ง 96 โปรไฟล์ สามารถจัดกลุ่มได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแบบการคิดแบบใส่ใจรายละเอียด แบบมีกระบวนการ และแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ โดยนักเรียนส่วนใหญ่ถูกจัดกลุ่มอยู่ในกลุ่มแบบการคิดแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์มากที่สุด 4)แบบการคิดของนักเรียนในแต่ละมิติและกลุ่มโปรไฟล์ของแบบการคิดมีความสัมพันธ์กับภูมิหลังของนักเรียน ได้แก่ เพศ และระดับผลการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |