การเปรียบเทียบคุณสมบัติการวัดเชิงจิตวิทยาของเครื่องมือวัดอรรถประโยชน์ทางอ้อม 4 ชนิด ในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด
รหัสดีโอไอ
Title การเปรียบเทียบคุณสมบัติการวัดเชิงจิตวิทยาของเครื่องมือวัดอรรถประโยชน์ทางอ้อม 4 ชนิด ในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด
Creator วีณา ไซก๊วย
Contributor พรรณทิพา ศักดิ์ทอง
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2554
Keyword หลอดเลือดโคโรนารีย์ -- โรค -- ผู้ป่วย, การวัดทางจิตวิทยา -- เครื่องมือและอุปกรณ์, Coronary heart disease -- Patients, Psychometrics -- Equipment and supplies
Abstract ทดสอบและเปรียบเทียบคุณสมบัติการวัดเชิงจิตวิทยา 4 ด้าน ได้แก่ ความเป็นไปได้ ความเที่ยง ความตรง และความไวต่อการเปลี่ยนแปลง ของเครื่องมือวัดอรรถประโยชน์ทางอ้อม 4 ชนิด (EQ-5D, HUI-2, HUI-3 และ SF-6D) กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยด้วยโรคหัวใจขาดเลือดทุกประเภท ซึ่งเข้ารับการรักษา ณ แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จำนวน 216 คน ผู้ป่วยจะถูกประเมินสภาวะสุขภาพ 2 ครั้ง โดยใช้แบบสอบถาม 4 ฉบับ ได้แก่ EQ-5D, Health Utilities Index (นำไปคิดเป็นคะแนน HUI-2 และ HUI-3), SF-12v2 (นำไปคิดเป็นคะแนน SF-6D) และ MacNew และประเมินระดับความรุนแรงของโรคหัวใจขาดเลือดด้วยแบบประเมิน Specific Activity Scale การประเมินสุขภาพครั้งที่สองเกิดขึ้นเมื่อแพทย์นัดพบผู้ป่วยครั้งถัดไป ผู้วิจัยจะถามคำถามเพื่อให้ผู้ป่วยประเมินการเปลี่ยนแปลงของสภาวะสุขภาพด้วยตนเอง ผลการศึกษาพบว่า ความเป็นไปได้ของการใช้เครื่องมือ ประเมินจากเวลาที่ใช้ในการตอบแบบสอบถาม เครื่องมือ EQ-5D ใช้เวลาน้อยที่สุด ด้านการตอบไม่ครบ พบเฉพาะในเครื่องมือ HUI-2 และ HUI-3 (น้อยกว่า 5%) และผลการตอบค่าสูงสุด พบเฉพาะเครื่องมือ EQ-5D ที่มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน (33.3%) ด้านความเที่ยงจากการทดสอบซ้ำ เครื่องมือ EQ-5D, HUI-2 และ HUI-3 มีความคงที่อยู่ในเกณฑ์สูงพิจารณาจากค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างชั้นคะแนน (0.798-0.896) ในขณะที่เครื่องมือ SF-6D มีค่าอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง (0.709) ด้านความตรงเชิงลู่เข้า พบว่าเครื่องมือ SF-6D มีความสัมพันธ์กับทุกมิติของแบบสอบถาม SF-12 และ MacNew ในระดับที่สูง (สหสัมพันธ์อันดับของสเปียร์แมน, rho > 0.5, p < 0.01) ส่วนเครื่องมืออื่นๆ มีความสัมพันธ์ระดับปานกลางถึงสูง ด้านความตรงจากการเทียบกับกลุ่มที่รู้ พบว่าเครื่องมือทั้งสี่สามารถจำแนกผู้ป่วยที่มีระดับความรุนแรงของโรคหัวใจขาดเลือดต่างกันได้ (การทดสอบครูสแคล-วอลลิส, p < 0.001) และสุดท้ายด้านความไวต่อการเปลี่ยนแปลง พบว่าเครื่องมือ SF-6D มีความไวต่ำที่สุดประเมินจากขนาดอิทธิพลอยู่ในระดับต่ำ (น้อยกว่า 0.2) จากผลการศึกษาสรุปได้ว่า EQ-5D เป็นเครื่องมือที่มีคุณสมบัติการวัดเชิงจิตวิทยาเหมาะสมที่สุด เนื่องจากมีคุณสมบัติด้านความเที่ยงและความตรงอยู่ในเกณฑ์ดี และมีคุณสมบัติด้านความไวต่อการเปลี่ยนแปลงสุขภาพเหมาะสม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการศึกษานี้ยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการประเมินความไวของเครื่องมือ ดังนั้น ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันคุณสมบัตินี้
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ