|
การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการดูดติดอาร์เซนิกระหว่างทรายเคลือบเหล็กและทรายเคลือบไคโตซานที่เตรียมจากทรายใช้แล้วของเตาฟลูอิดไดซ์เบด |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการดูดติดอาร์เซนิกระหว่างทรายเคลือบเหล็กและทรายเคลือบไคโตซานที่เตรียมจากทรายใช้แล้วของเตาฟลูอิดไดซ์เบด |
| Creator | นลพรรณ ขันติกุลานนท์ |
| Contributor | ธเรศ ศรีสถิตย์ |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2554 |
| Keyword | ทราย, สารหนู, ไคโตแซน, เครื่องปฏิกรณ์แบบฟลูอิไดซ์, น้ำเสีย -- การบำบัด |
| Abstract | งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการดูดติดอาร์เซนิก ระหว่างทรายเคลือบเหล็กและทรายเคลือบไคโตซานที่เตรียมจากทรายใช้แล้วของเตาฟลูอิดไดซ์เบด โดยทำการทดลองแบบทีละเท ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมต่อการกำจัดอาร์เซนิกจากน้ำเสียสังเคราะห์ด้วยทรายธรรมชาติและทรายจากเตาฟลูอิดไดซ์เบดเคลือบเหล็กออกไซด์ และทรายธรรมชาติและทรายจากเตาฟลูอิดไดซ์เบดเคลือบไคโตซาน คือ ระยะเวลาที่เข้าสู่สมดุล พีเอช ปริมาณตัวกลางดูดติดผิว และไอโซเทอมการดูดติดผิว ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า ระยะเวลาที่เหมาะสมในการกำจัดอาร์เซนิกด้วยทรายธรรมชาติและทรายจากเตาฟลูอิดไดซ์เบดเคลือบเหล็กออกไซด์อยู่ที่ 8 ชั่วโมง ที่ความเข้มข้นอาร์เซนิก 1 มิลลิกรัมต่อลิตร มีค่าประสิทธิภาพการกำจัดอาร์เซนิกร้อยละ 70.20 และ 45.65 ตามลำดับ ส่วนทรายธรรมชาติและทรายจากเตา ฟลูอิดไดซ์เบดเคลือบไคโตซาน ระยะเวลาที่เหมาะสม คือ 6 ชั่วโมง มีค่าประสิทธิภาพการกำจัดอาร์เซนิกร้อยละ 35.35 และ 32.33 ตามลำดับ และพีเอชที่เหมาะสมในการดูดติดอาร์เซนิกด้วยตัวกลางทรายเคลือบทั้ง 4 ชนิด คือ พีเอช 4 ไอโซเทอมแบบแลงเมียร์เหมาะสมในการนำมาอธิบายการดูดติดอาร์เซนิกด้วยตัวกลางทรายเคลือบทั้ง 4 ชนิด ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่าการดูดติดผิวเป็นการดูดติดผิวแบบชั้นเดียว ผลการทดลองนี้สามารถสรุปได้ว่าทรายธรรมชาติเคลือบเหล็กออกไซด์เหมาะสมที่สุดที่จะนำไปใช้เป็นตัวกลางดูดติดผิวสำหรับกำจัดอาร์เซนิกออกจากน้ำที่มีการปนเปื้อน และในการทดลองแบบต่อเนื่องในคอลัมน์ บรรจุทรายธรรมชาติเคลือบเหล็กออกไซด์ ที่มีความเข้มข้นของอาร์เซนิก 1 มิลลิกรัมต่อลิตร ที่ความสูงของตัวกลางดูดติดผิว 30 60 และ 90 เซนติเมตร ป้อนน้ำเสียแบบไหลลงที่ 0.04 เมตรต่อนาที ผลการทดลองพบว่า ปริมาตรน้ำเสียไหลผ่านชั้นตัวกลางดูดติดผิวที่จุดหมดสภาพเท่ากับ 230 260 และ 293 เท่าของปริมาตรของคอลัมน์ ตามลำดับ |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |