|
การกำจัดสารประกอบอินทรีย์ระเหย ด้วยแผ่นฟอกอากาศโดยกระบวนการโฟโตคะตะไลซีส |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การกำจัดสารประกอบอินทรีย์ระเหย ด้วยแผ่นฟอกอากาศโดยกระบวนการโฟโตคะตะไลซีส |
| Creator | เทียนฉาย สถิรภิวงศ์ |
| Contributor | วงศ์พันธ์ ลิมปเสนีย์ |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2554 |
| Keyword | สารประกอบอินทรีย์ระเหย, การเร่งปฏิกิริยาด้วยแสง |
| Abstract | การวิจัยนี้เป็นการศึกษาประสิทธิภาพการกำจัดสารประกอบอินทรีย์ระเหย คือสารโทลูอีน สารไซลีน สารเอทิลเบนซีน และ สารอินทรีย์ระเหยรวม ที่ความเข้มข้น 5, 10, 15 และ 20 ส่วนในล้านส่วน ด้วยแผ่นฟอกอากาศชิเซน แอร์คลีน โดยกระบวนการโฟโตคะตะไลซีส ซึ่งทำการวิจัยโดยระบบต่อเนื่องและระบบทีละเท โดยใช้ถังปฏิกิริยาขนาด 0.03 ลูกบาศก์เมตร เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพของแผ่นฟอกอากาศ ได้แก่ ความเข้มข้นของสารอินทรีย์ระเหย เวลากักพัก พื้นที่แผ่นฟอกอากาศ และความเข้มแสงยูวี การหาสภาวะที่เหมาะสมโดยใช้สารโทลูอีนเป็นตัวแทน พบว่า สภาวะที่เหมาะสม คือ แผ่นฟอกอากาศขนาด 0.15 ตารางเมตร และแหล่งกำเนิดแสงฟลูออเรสเซนต์ ความเข้มแสงยูวี 2.5 ไมโครวัตต์ต่อตารางเซนติเมตร และเวลากักพักในงานวิจัยนี้ คือ 10 นาที สำหรับระบบต่อเนื่อง และทำการทดลองตลอด 180 นาที สำหรับระบบทีละเท จากสภาวะที่เหมาะสม นำมาศึกษาการกำจัดสารโทลูอีน สารไซลีน สารเอทิลเบนซีน และสารอินทรีย์ระเหยรวม พบว่า ระบบต่อเนื่อง ประสิทธิภาพการกำจัดและค่าคงที่ปฏิกิริยาลดลงเมื่อความเข้มข้นสารอินทรีย์ระเหยแต่ละชนิดสูงขึ้น เนื่องจาก ระบบต่อเนื่องมีปริมาณสารอินทรีย์ระเหยเข้าระบบตลอดเวลาจึงทำให้ประสิทธิภาพในการกำจัดสารอินทรีย์ระเหยน้อยลง ซึ่งประสิทธิภาพการกำจัดสูงสุดสารอินทรีย์ระเหยแต่ละชนิดเท่ากับ 66, 63, 64 และ 44 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ส่วนระบบทีละเท พบว่า ประสิทธิภาพการกำจัดและค่าคงที่ปฏิกิริยาสูงขึ้นเมื่อความเข้มข้นสารอินทรีย์ระเหยแต่ละชนิดสูงขึ้น เนื่องจาก ระยะเวลานานถึง 180 นาทีในการกำปฏิกิริยา ซึ่งประสิทธิภาพการกำจัดสูงสุดของสารอินทรีย์ระเหยแต่ละชนิด เท่ากับ 64, 64, 66 และ 51 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |