ผลของพริกป่นแดงต่อการเกิดการขยายตัวของกระเพาะอาหารส่วนต้น, อาการของหลอดอาหารและกระเพาะอาหารในอาสาสมัครที่มีสุขภาพแข็งแรงและผู้ป่วยที่มีอาการของโรคกรดไหลย้อน
รหัสดีโอไอ
Title ผลของพริกป่นแดงต่อการเกิดการขยายตัวของกระเพาะอาหารส่วนต้น, อาการของหลอดอาหารและกระเพาะอาหารในอาสาสมัครที่มีสุขภาพแข็งแรงและผู้ป่วยที่มีอาการของโรคกรดไหลย้อน
Creator ฉัตรชัย เกรียงกิรากูร
Contributor สุเทพ กลชาญวิทย์
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2552
Keyword Gastroeophageal reflux, กรดไหลย้อน, กระเพาะอาหาร
Abstract วัตถุประสงค์: มีรายงานถึงความผิดปกติของการเปลี่ยนแปลงปริมาตรของกระเพาะอาหารในผู้ป่วยกรดไหลย้อน อย่างไรก็ตาม ผลของพริกแดงต่อการเปลี่ยนแปลงปริมาตรของกระเพาะอาหารนั้นยังไม่เคยมีการศึกษามาก่อน ดังนั้นวัตถุประสงค์การศึกษานี้เพื่อศึกษาผลของพริกแดงต่อการเปลี่ยนแปลงปริมาตรของกระเพาะอาหารอาการทางหลอดอาหารและกระเพาะอาหารในผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนเปรียบเทียบกับอาสาสมัครปกติ ระเบียบวิธีวิจัย: ผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนและอาสาสมัครปกติจะต้องงดน้ำและอาหาร 6 ชั่วโมงก่อนมาทำการศึกษา พบว่ามีอาสาสมัครปกติ 10 คน (ผู้ชาย 7 คน, อายุเฉลี่ย 31.80±2.48 ปี) และผู้ป่วยกรดไหลย้อน 9 คน (ผู้ป่วยกรดไหลย้อนทุกคนได้รับการใส่สายวัดกรด 24 ชั่วโมงที่หลอดอาหารส่วนปลาย พบว่าค่าเฉลี่ยของร้อยละความเป็นกรดตลอดเวลา 24 ชั่วโมงมีค่าเท่ากับ 12.86±5.89; ผู้ชาย 4 คน, อายุเฉลี่ย 47.66±2.98 ปี) ผู้เข้าร่วมการศึกษาทุกคนจะได้รับการตรวจปริมาตรของกระเพาะอาหารหลังจากการรับประทานพริกแดง 2 กรัม (เท่ากับมีสาร capsaicin 1.46 มิลลิกรัม) และยาหลอก ด้วยเครื่อง single photon emission computed tomography (SPECT), การศึกษานี้เป็นแบบ randomized double blind cross-over fashion โดยมีการเว้นช่วงระหว่างสาร 2 ชนิดเป็นเวลา 1 สัปดาห์. ผู้เข้าร่วมการศึกษาทุกคนจะได้รับประทานอาหารเหลว 250 มิลลิลิตร (Ensure) ที่ 15 นาทีหลังรับประทานพริกหรือยาหลอก การวัดปริมาตรของกระเพาะอาหารเริ่มที่ 10 นาที หลังรับประทานพริกหรือยาหลอก และวัดปริมาตรของกระเพาะอาหารทุกๆ 10 นาทีหลังจากรับประทานอาหารเหลวจนครบ 50 นาที การเปลี่ยนแปลงปริมาตรของกระเพาะอาหาร (gastric accommodation;GA) คือ การนำค่าปริมาตรของกระเพาะอาหารมากที่สุดหลังรับประทานอาหารเหลวลบด้วยค่าปริมาตรของกระเพาะอาหารขณะท้องว่าง. อาการของระบบทางเดินอาหารส่วนต้นจะถูกประเมินด้วย visual analog scales ความยาว 10 เซ็นติเมตร ที่ก่อนรับประทานพริกหรือยาหลอก, หลังรับประทานพริกหรือยาหลอก, และทุก 10 นาทีหลังรับประทานอาหารเหลว. การเปลี่ยนแปลงปริมาตรของกระเพาะอาหาร (gastric accommodation;GA) และ อาการของระบบทางเดินอาหารส่วนต้นจะถูกเปรียบเทียบกันระหว่างการรับประทานพริกและยาหลอก ผลการศึกษา: (ข้อมูลจะอยู่ในรูปค่าเฉลี่ย±ความคลาดเคลื่อนมาตรฐาน) ในกลุ่มอาสาสมัครปกติ หลังจากการรับประทานพริกจะมีอาการปวดแสบร้อนท้องและเรอลมเพิ่มขึ้นมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการรับประทานยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (0.510.16, และ 0.610.14 ระหว่าง 0.030.01, และ 0.010.01, ตามลำดับ, p<0.05) ส่วนอาการอื่นๆเช่น อาการปวดท้อง, ความรู้สึกอิ่มง่าย, อาการอืดแน่นท้อง, อาการแสบร้อนอก, อาการเรอเปรี้ยว, อาหารไหลย้อนขึ้นมาที่หน้าอกหรือคอ, และอาการคลื่นไส้อาเจียน ไม่มีแตกต่างกันระหว่างการรับประทานพริกกับยาหลอก ขณะที่ผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนจะมีอาการปวดแสบร้อนท้องมากขึ้นหลังจากการรับประทานพริกเมื่อเปรียบเทียบกับการรับประทานยาหลอก(4.04±1.10 ระหว่าง 2.50±1.03; p<0.05) และเมื่อเปรียบเทียบกับอาสาสมัครปกติที่รับประทานพริก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (4.04±1.10 ระหว่าง 0.51±0.16; p<0.05) อาการแสบร้อนอกของผู้ป่วยกรดไหลย้อนระหว่างการรับประทานพริกและยาหลอก (2.19±0.97 ระหว่าง 1.65±0.92) และอาการอื่นๆไม่มีความแตกต่างกัน (p>0.05). หลังจากรับประทานยาหลอก การเปลี่ยนแปลงปริมาตรของกระเพาะอาหาร (gastric accommodation;GA) ในผู้ป่วยกรดไหลย้อนจะเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียกับอาสาสมัครปกติ แม้ว่าจะไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (424.44±37.21 ระหว่าง 373.80±15.85; p>0.05). และหลังจากการรับประทานพริก การเปลี่ยนแปลงปริมาตรของกระเพาะอาหาร (gastric accommodation;GA) ก็ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับการรับประทานยาหลอกในอาสาสมัครปกติ (381.50±24.23 ระหว่าง 373.80±15.85; p>0.05) และในผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อน (430.11±28.45 ระหว่าง 424.44±37.21; p>0.05). ปริมาตรกระเพาะอาหารก่อนการรับประทานพริกหรือยาหลอกและเวลาที่ 0, 10, 20, 30, 40, และ 50 นาที หลังการรับประทานอาหารเหลว ไม่มีความแตกต่างกันระหว่างการรับประทานพริกและยาหลอก (p>0.05) สรุป: การรับประทานพริกไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของปริมาตรกระเพาะอาหารหลังรับประทานอาหารทั้งในผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนและอาสาสมัครปกติ และพบว่าการรับประทานพริกจะทำให้เกิดอาการแสบร้อนท้องในผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนมากกว่าในอาสาสมัครปกติ แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงของปริมาตรกระเพาะอาหารมีบทบาทเล็กน้อยต่อการเกิดอาการของหลอดอาหารและกระเพาะอาหารในผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนและอาสาสมัครปกติ
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ