การพัฒนาวิธีการตรวจสอบ Vibrio parahaemolyticus ในอาหารทะเลสดโดยอาศัยสมบัติการสร้างสารเอซิลโฮโมซีรีนแลกโทน
รหัสดีโอไอ
Title การพัฒนาวิธีการตรวจสอบ Vibrio parahaemolyticus ในอาหารทะเลสดโดยอาศัยสมบัติการสร้างสารเอซิลโฮโมซีรีนแลกโทน
Creator กิติมา เชื้อพานิช
Contributor ชื่นจิต ประกิตชัยวัฒนา, พัชณิตา ธรรมยงค์กิจ
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2552
Keyword Vibrio parahaemolyticus
Abstract งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวิธีการตรวจสอบ Vibrio parahaemolyticus เชิงปริมาณในอาหารทะเลสด โดยอาศัยสมบัติการสร้างสัญญาณควอรัมเซนซิงชนิดเอซิลโฮโมซีรีนแลกโทน (AHL) การทดลองเริ่มจากการประเมินสารที่ใช้ในการทำปฏิกิริยากับสารมาตรฐาน AHL สำหรับพัฒนาเป็นวิธีทาง colorimetry ผลการทดลองพบว่า การใช้ Ferric chloride (FeCl3) ทำปฏิกิริยากับ AHL ให้สารประกอบสีที่เด่นชัดและเสถียรที่สุด จึงเลือกใช้เป็นวิธีทาง colorimetry สำหรับใช้ในการตรวจสอบ AHL ที่สร้างจาก V. parahaemolyticus เมื่อตรวจยืนยันการสร้าง AHL โดยการวิเคราะห์สารชะจากโคโลนี (colony rinse) ของ V. parahaemolyticus ด้วย HPLC ผลการทดลองบ่งชี้ว่าแบคทีเรียชนิดนี้สร้างสาร AHL ชนิด 3-hydroxyl-C4-HSL เป็นหลัก เมื่อประเมินวิธีการตรวจสอบ AHL ที่สร้างจาก V. parahaemolyticus ด้วยวิธี colorimetry ที่พัฒนาได้ โดยการตรวจวัดสมบัติการดูดกลืนแสงของสารประกอบสีที่เกิดขึ้น พบว่ามีค่า λmax ประมาณ 520 นาโนเมตร จากผลการทดลองยืนยันได้ว่าสารประกอบสีที่เกิดขึ้นในคัลเจอร์ของ V. parahaemolyticus เกิดจากการทำปฏิกิริยาเคมีที่จำเพาะระหว่าง FeCl3 กับ AHL ที่เชื้อสร้างขึ้นเท่านั้น ดังนั้นจึงใช้วิธี colorimetry ในการตรวจสอบ AHL ที่สร้างจาก V. parahaemolyticus ในการทดลองต่อไป เมื่อประเมินความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการเจริญกับการสร้าง AHL ของ V. parahaemolyticus ที่เพาะเลี้ยงภายใต้สภาวะที่มีเกลือ พบว่าปริมาณ AHL ที่ตรวจวัดได้แปรผันตามจำนวนเซลล์ โดยในทุกความเข้มข้นเกลือ เมื่อเชื้อเจริญถึงจำนวนเซลล์ประมาณ 9logCFU/ml ค่า AHL ที่ตรวจวัดได้จะมีค่าเท่ากับ 0.1 (OD520) เสมอ ดังนั้นจึงเลือกใช้ peptone water (ร้อยละ 1) ที่มีเกลือร้อยละ 8 เป็นระบบ selective pre-enrichment media สำหรับใช้ในการเลี้ยงเชื้อภายใต้สภาวะอุณหภูมิห้อง และให้อากาศแบบ orbital shaking ที่ 200 rpm เพื่อให้เชื้อเริ่มต้นเพิ่มจำนวนมากขึ้นจนสร้าง AHL ถึงระดับที่ตรวจวัดได้ (OD520 ≥ 0.1) โดยเวลาที่ใช้ในการเจริญจนสร้าง AHL ถึงระดับที่ตรวจวัดได้ดังกล่าว เรียกว่า detection time (DT) ซึ่งพบว่า ภายใต้สภาวะการเพาะเลี้ยงในระบบ selective pre-enrichment media นี้ เมื่อมีจำนวนเซลล์เริ่มต้น 10, 102, 103, 104, 105, 106, 107 และ 108 CFU/ml จะมีค่า DT เท่ากับ 26, 24, 22, 20, 16, 14, 12 และ 10 ชั่วโมง ตามลำดับ โดยที่จำนวนเซลล์เริ่มต้นและค่า DT มีความสัมพันธ์กันแบบเส้นตรง (y = –0.386x+11.82) และมีค่า r² เท่ากับ 0.99 เมื่อตรวจสอบปัจจัยต่างๆที่อาจมีอิทธิพลต่ออัตราการเจริญและการสร้าง AHL ของ V. parahaemolyticus ได้แก่ การมีอันตรกิริยากับจุลินทรีย์ชนิดอื่น การสัมผัสกับอุณหภูมิแช่เย็นหรือแช่เยือกแข็งก่อนการเพาะเลี้ยง และอิทธิพลจากองค์ประกอบของอาหารทะเล พบว่า ทุกปัจจัยมีอิทธิพลต่อสมบัติการเจริญและการสร้าง AHL ของ V. parahaemolyticus อย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังสามารถใช้สมการเส้นตรงเดิมในการทำนายจำนวนเซลล์เริ่มต้นได้ ยกเว้นการที่เชื้อสัมผัสกับอุณหภูมิแช่เยือกแข็ง มีผลให้เชื้อมีการเจริญช้าลง ทำให้ค่า DT ยาวขึ้น 2 ชั่วโมง เมื่อนำระบบที่พัฒนาได้ไปทดลองใช้ในการประมาณจำนวนเซลล์ V. parahaemolyticus ในตัวอย่างอาหารทะเล ด้วยการติดตามค่า DT เปรียบเทียบกับวิธีมาตรฐาน MPN ก็พบว่าผลการตรวจสอบที่ได้มีความสอดคล้องกัน แสดงให้เห็นว่าวิธีที่พัฒนาได้มีศักยภาพที่จะใช้ในการตรวจสอบการปนเปื้อน V. parahaemolyticus ในอาหารทะเลต่อไปได้
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ