การตรึงไลเฟสบนเส้นใยกก Scirpus grossus. ที่เชื่อมขวางด้วยกลูตาราลดีไฮด์สำหรับการสังเคราะห์ไบโอดีเซล
รหัสดีโอไอ
Title การตรึงไลเฟสบนเส้นใยกก Scirpus grossus. ที่เชื่อมขวางด้วยกลูตาราลดีไฮด์สำหรับการสังเคราะห์ไบโอดีเซล
Creator พิชญา เคนสิงห์
Contributor สิรีรัตน์ จารุจินดา, วรวุฒิ จุฬาลักษณานุกูล
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2552
Keyword กก, ไลเปส, เอนไซม์ตรึงรูป, เชื้อเพลิงไบโอดีเซล, Juncus, Lipase, Immobilized enzymes, Biodiesel fuels
Abstract งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการตรึงรูปไลเพส Candida rugosa บนเส้นใยกก Scirpus grossus L.f. บดละเอียด ที่ผ่านการเชื่อมขวางด้วยกลูตาราลดีไฮด์เพื่อใช้สำหรับ เร่งปฏิกิริยาการสังเคราะห์ไบโอดีเซล จากผลการตรวจสอบลักษณะทางสัณฐานวิทยาด้วย กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด พบว่าเส้นใยกกบดละเอียดนั้นมีความเหมาะสมที่จะเป็นตัวค้ำจุนสำหรับการตรึงไลเพส เนื่องจากภายในเส้นใยพบท่อกลวงเป็นจำนวนมากที่ไลเพสสามารถเกาะติดอยู่ได้ และเมื่อนำเส้นใยกกบดไปตรึงไลเพสด้วยวิธีเชื่อมขวางที่แตกต่างกัน พบว่าวิธีที่เหมาะสมที่สุดคือ การนำเส้นใยกกบดที่ผ่านการแอคติเวตด้วย 3-อะมิโนโพรพิล ไทรเอทอกซีไซเลนที่ความเข้มข้นร้อยละ 2 ในน้ำกลั่น และตรึงไลเพสหลังจากทำปฏิกิริยากับ กลูตาราลดีไฮด์ ไลเพสตรึงรูปที่ได้ให้ประสิทธิภาพการตรึงไลเพสสูงถึงร้อยละ 84.2 และไลเพสตรึงรูปจากวิธีดังกล่าวสามารถเร่งปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส-เอสเทอริฟิเคชันระหว่างน้ำมันปาล์มและ ไบโอเอทานอลที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส ในการสังเคราะห์ไบโอดีเซลได้ปริมาณกรดไขมันอิสระ และเอทิลเอสเทอร์ร้อยละ 43.9 และ 32.2 ตามลำดับ และเมื่อทำการตรึงไลเพสด้วยวิธีดังกล่าวโดยใช้กลูตาราลดีไฮด์ความเข้มข้นแตกต่างกันคือร้อยละ 0.2, 0.5 และ 0.8 พบว่าไลเพสตรึงรูปด้วยกลูตาราลดีไฮด์ที่ความเข้มข้นร้อยละ 0.2 เหมาะที่สุดที่จะนำมาเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส-เอสเทอริฟิเคชัน โดยมีประสิทธิภาพการตรึงไลเพสร้อยละ 76.7 และพบว่าสามารถเร่งปฏิกิริยาเกิดกรดไขมันอิสระ และเอทิลเอสเทอร์สูงถึงร้อยละ 52.6 และ 49.6 ตามลำดับ และยังสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้อีก 6 ครั้ง
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ