ความสัมพันธ์ของไซโตไคน์กับตัวชี้วัดทางคลินิกภายหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมและความหลากหลายทางพันธุกรรมของอินเตอร์ลิวคินหกในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม
รหัสดีโอไอ
Title ความสัมพันธ์ของไซโตไคน์กับตัวชี้วัดทางคลินิกภายหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมและความหลากหลายทางพันธุกรรมของอินเตอร์ลิวคินหกในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม
Creator เบญจมาศ ดีไพศาสลสกุล
Contributor สิทธิศักดิ์ หรรษาเวก, อารี ตนาวลี
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2551
Keyword อินเตอร์ลิวคิน-6, ไซโตคายน์, ข้อเข่า -- ศัลยกรรม
Abstract การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เป็นวิธีการรักษาผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ภาวะแทรกซ้อนภายหลังการผ่าตัดที่สำคัญคือการอักเสบติดเชื้อ ปัจจุบันตัวชี้วัดสำหรับการติดตามการอักเสบ ได้แก่ erythrocyte sedimentation rate (ESR) และ C-reactive protein (CRP) จากการศึกษาที่ผ่านมาสารกลุ่มไซโตไคน์ เช่น interleukin-6 (IL-6) พบว่ามีความไวและความจำเพาะในการตรวจติดตามการอักเสบได้ดีกว่า ดังนั้นในการศึกษานี้จึงศึกษาตัวชี้วัดที่จำเพาะต่อผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ได้แก่ ESR, CRP, IL-6 และอุณหภูมิผิวหนังบริเวณข้อเข่า จากผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัด 52 ราย จากผลการวิจัยพบว่า ระดับ ESR เพิ่มขึ้นสูงสุดในสัปดาห์ที่ 2 หลังการผ่าตัด หลังจากนั้นระดับ ESR จึงมีแนวโน้มลดลงจนระดับใกล้เคียงกับระยะก่อนการผ่าตัดในสัปดาห์ที่ 6 หลังการผ่าตัด สำหรับระดับ CRP และ IL-6 มีค่าเพิ่มขึ้นจนถึงระดับสูงสุดในช่วง 24 ชั่วโมงภายหลังการผ่าตัดแล้วจึงเริ่มลดลงในสัปดาห์ที่ 2 หลังการผ่าตัด นอกจากนี้ผลการวัดอุณหภูมิผิวหนังบริเวณข้อเข่า พบว่าข้อเข่าข้างที่ทำการผ่าตัดมีอุณหภูมิสูงกว่าข้างปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) โดยอุณหภูมิผิวหนังลดลงใกล้เคียงกับข้อเข่าข้างปกติภายหลังจาก 26 สัปดาห์ของการผ่าตัด ทั้งนี้จากการศึกษาสนิป (single nucleotide polymorphism; SNP) IL-6 ตำแหน่ง -174 จากผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 70 รายและกลุ่มควบคุม 100 ราย พบลักษณะของจีโนไทป์ 3 แบบ คือ GG, GC และ CC โดยมีความถี่ในกลุ่มผู้ป่วยเป็น 53,16 และ 1 ตามลำดับ สำหรับความถี่ในกลุ่มควบคุมเป็น 88, 12 และ 0 ตามลำดับ จากการวิเคราะห์ด้วย logistic regression พบว่า GC และเพศหญิง ไม่ได้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (โดยมีค่า odds ratio เท่ากับ 2.21 และ 1.71 p = 0.06 และ 0.15 ตามลำดับ ) ดังนั้น IL-6 อาจนำมาใช้ในการบ่งชี้ภาวะการอักเสบภายหลังการผ่าตัดได้
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ