กระบวนการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารอาคารสงเคราะห์แก่ผู้ได้รับสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุ : กรณีศึกษา โครงการชุมชนบางแวก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
รหัสดีโอไอ
Title กระบวนการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารอาคารสงเคราะห์แก่ผู้ได้รับสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุ : กรณีศึกษา โครงการชุมชนบางแวก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
Creator มนต์ชัย ธีระวรกุล
Contributor บรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย, กิตติ พัฒนพงศ์พิบูล
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2550
Keyword สินเชื่อที่อยู่อาศัย, การแปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุน
Abstract ธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้รับมอบหมายนโยบายการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนจากรัฐบาลในปี 2546 โดยทำหน้าที่ให้สินเชื่อแก่ผู้ได้รับสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุเพื่อไปก่อสร้างที่อยู่อาศัย งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการให้สินเชื่อรวมถึงศึกษาปัญหาอุปสรรคของกระบวนการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยแก่ผู้ได้รับสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุ วิธีการวิจัย วิเคราะห์จากข้อมูลเอกสารของธนาคารฯ ในส่วนของลูกค้าที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อชุมชนบางแวก ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. 47 - 31 ธ.ค. 49 มีจำนวนประชากรทั้งหมด 107 ตัวอย่าง แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 สัมภาษณ์ผู้ได้รับอนุมัติสินเชื่อ ส่วนที่ 2 สัมภาษณ์ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3 หน่วยงานคือ กรมธนารักษ์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และสำนักงานเขตภาษีเจริญ ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้ 1. กระบวนการให้สินเชื่อประเภทสิทธิการเช่าต่างจากสินเชื่อทั่วไปคือ เรื่องของคุณสมบัติผู้กู้ต้องเป็นผู้มีสิทธิ การเช่า กรณีกู้ปลูกสร้างต้อง มีบุคคลหรือตั๋วสัญญาใช้เงินค้ำประกัน หลักประกันจำนองเป็นสิ่งปลูกสร้างที่จดทะเบียนจำนองธนาคาร และสัญญาเช่าที่ดินจดทะเบียนเช่านานปี ขณะที่สินเชื่อทั่วไปไม่มีการค้ำประกันและหลักประกันจำนองเป็นเอกสารสิทธิ์ที่ดินและอาคาร 2. ด้านสินเชื่อพบว่าผู้กู้ส่วนใหญ่อายุมากกว่า 40 ปี สมรสแล้ว กู้รายละ 300,000 บาท ใช้ตั๋วสัญญาใช้เงิน ค้ำประกัน คิดเป็นร้อยละ 82.24 ส่วนใหญ่กู้นาน 20 ปี สถานะบัญชีปกติ 86 ราย หนี้ค้าง 17 ราย และปิดบัญชี 4 ราย ผลการก่อสร้างอาคารส่วนใหญ่ใช้เวลามากกว่า 13 เดือน สาเหตุของการเกิดหนี้ค้างส่วนใหญ่เกิดจากมีปัญหาเป็นหนี้ นอกระบบซึ่งเมื่อมีรายได้เข้ามามักจะนำไปชำระหนี้นอกระบบก่อนเนื่องจากมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า ส่วนกลุ่มที่นำเงินมาชำระปิดบัญชี จำนวน 4 ราย โดยมีเหตุผลเดียวกันคือไม่อยากเป็นหนี้ระยะยาวกับธนาคาร และไม่มีความมั่นใจกับเงินเก็บ ที่มีอยู่จะหมดไปโดยไม่เป็นประโยชน์ สำหรับกลุ่มที่มีการชำระหนี้ปกติได้ให้เหตุผล 3 อันดับแรก คือ (1) เป็นเจ้าของบ้าน หลังแรกในชีวิต (2) ให้ความสำคัญเรื่องผ่อนบ้านเป็นลำดับแรก (3) ไม่อยากให้ครอบครัวเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย 3. ปัญหาและอุปสรรคที่มีผลกระทบกับกระบวนการให้สินเชื่อแบ่งเป็น 2 ด้าน คือ ด้านการกำหนดเงื่อนไข ในการให้สินเชื่อของธนาคาร เช่น การหักเงินค้ำประกัน 10% ของวงเงินกู้จนกว่ามีการจำนอง ทำให้ผู้กู้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน และการค้ำประกันก่อนจำนองโดยบุคคลหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน 10% ของวงเงินกู้ ทำให้มีการกู้ยืมเงินนอกระบบ เป็นหนี้หลายทาง และผู้รับเหมาทำงานล่าช้าเนื่องจากขาดเงินทุนทำให้การเบิกเงินงวดถี่เกินไป ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งนี้คือ ธนาคารควรมีการปรับปรุงแก้ไขเงื่อนไขการให้สินเชื่อบางอย่าง เช่น การกำหนดหลักประกันสัญญาให้เหมาะสมกับฐานะของตัวผู้กู้ ภาครัฐควรเข้ามาช่วยเหลือด้านการก่อสร้าง เช่น ขบวนการจัดหาผู้รับเหมาก่อสร้างที่มีคุณภาพในการก่อสร้าง ให้แก่ผู้กู้
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ