|
การพัฒนาระบบประกันคุณภาพสำหรับหน้ากากวิทยุรถยนต์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การพัฒนาระบบประกันคุณภาพสำหรับหน้ากากวิทยุรถยนต์ |
| Creator | มานพ วงษ์ปราชญ์ |
| Contributor | จรูญ มหิทธาฟองกุล |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2550 |
| Keyword | การควบคุมคุณภาพ, ผลิตภัณฑ์ -- ข้อบกพร่อง, การควบคุมกระบวนการผลิต, การควบคุมความสูญเปล่า |
| Abstract | บริษัทกรณีศึกษาเริ่มต้นกิจการครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น เป็นบริษัทที่ทำการจัดหาและกระจายสินค้าสู่วงการอุตสาหกรรมประกอบรถยนต์ เนื่องจากเป็นบริษัทที่ทำการจัดหาและกระจายสินค้าจึงยังไม่มีสายการผลิตจำเพาะเจาะจง มีเพียงแต่ส่วนที่ต้องปฎิบัติการเกี่ยวกับการตรวจสอบ (Quality control) การจัดการเกี่ยวกับวัสดุหีบห่อ (Repackaging) และการจัดการเกี่ยวกับวัสดุคงคลัง (Inventory control) ปัญหาที่มีก็คือ การจัดส่งของให้ได้ตามจำนวนที่ลูกค้าต้องการให้ได้ทันเวลานั้น จำเป็นต้องมีการประกันคุณภาพได้ว่าสินค้าทุกหน่วยที่ส่งไป ต้องสามารถใช้งานได้หรือมีของเสียอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาเกี่ยวกับรอยขีดข่วนและรอยด่างบนหน้ากากวิทยุรถยนต์ ซึ่งแม้จะไม่กระทบต่อคุณสมบัติการใช้งานแต่ก็เป็นปัญหาที่ลูกค้าร้องเรียนและต้องตีของกลับเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ทางศูนย์กระจายสินค้าต้องเตรียมของที่จะนำส่งลูกค้าเพื่อทดแทนให้ได้เต็มจำนวนและทันเวลา แต่ทางศูนย์เองก็มิอาจทราบเป็นจำนวนที่แน่นอนได้ว่า สินค้าที่กำลังจะมานั้นจะมีของเสียเป็นร้อยละเท่าใด ซึ่งหากทางศูนย์สำรองของทดแทนไว้มากเกินไปก็จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายศูนย์เปล่าทั้งค่าเก็บรักษาและจัดส่ง หากสำรองไว้น้อยเกินไปก็จะทำให้นำไปทดแทนของเสียได้ไม่เต็มจำนวนและทำให้สายการผลิตลูกค้าติดขัดได้ จากปัญหาเดิมมีปัญหาร้องเรียนเรื่องดังกล่าวมาประมาณ 3.4% ปริมาณของเสียที่รับได้ เช่น ไม่ว่าจะลดของเสียจนสินค้าที่ส่งมาต้องการสำรองเพียง 1 ชิ้น หรือ 499 ชิ้น ก็ต้องส่งมา 500 ชิ้นจากเงื่อนไขนี้จึงยอมให้แต่ละเดือนมีของเสียได้ไม่เกิน 500 ชิ้น ยอดสั่งโดยเฉลี่ย 42500 ชิ้น หรือคิดเป็น 1.18% วิธีการแก้ปัญหาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องมีการประยุกต์ใช้ เครื่องมือทางการควบคุมคุณภาพ เพื่อหาสาเหตุรวมถึงการประเมินปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุของปัญหา เช่น FMEA มาพิจารณาหน้ากากวิทยูในรุ่นที่มีผลิตในประเทศ โดยจะพิจารณาปัญหาที่มีการร้องเรียนมาสูงสุด 2 อันดับแรกคือ เรื่องรอยขีดข่วนและรอยด่าง เพื่อหาสาเหตุและแก้ปัญหาที่ต้นทางต่อไป ซึ่งหลังปรับปรุงที่ได้มุ่งประเด็นที่ปัจจัยที่ฝุ่นที่มาทำให้เกิดริ้วรอยบนหน้าปัด ได้ข้อมูลหลังปรับปรุงมีของเสียลดลงเป็น 1.1% เป็นระยะเวลา 6 เดือน นอกจากนี้ได้มีการวางระบบการควบคุมระดับปัญหาให้ได้ในระดับที่ต้องการโดยมีการประยุกต์ใช้ QA Network มาเป็นระดับหรือเกณฑ์ในการประเมินคุณภาพเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |