การชะละลายของโลหะหนักจากของเสียที่ผ่านกระบวนการปรับเสถียรและทำก้อนแข็ง
รหัสดีโอไอ
Title การชะละลายของโลหะหนักจากของเสียที่ผ่านกระบวนการปรับเสถียรและทำก้อนแข็ง
Creator พีรพัฒน์ อ้นโต
Contributor มนัสกร ราชากรกิจ
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2549
Keyword โลหะหนัก -- การละลาย, ของเสียอันตราย, ของเสียจากโรงงาน, การทำให้เป็นของแข็ง
Abstract ศึกษาการชะละลายของโลหะหนักจากตัวอย่าง 2 ชนิด คือตัวอย่างของเสียที่ผ่านกระบวนการปรับเสถียรและทำเป็นก้อนแข็ง ซึ่งการทดลองนั้นทำการชะละลายด้วยน้ำกลั่น กรดอะซิติก กรดไนตริก และกรดซัลฟิวริก โดยการทดลองด้วยกรดนั้นจะทำการควบคุม พีเอชในการทดลอง 4 ช่วงการทดลองคือ 9-11 7-9 5-7 และ 3-5 และในแต่ละช่วงพีเอชกาทดลองจะทำการแปรผันระยะเวลาในการทดลองเท่ากับ 18 24 48 120 และ 168 ชั่วโมง และทำการเปรียบเทียบผลการทดลองกับการทดสอบตามมาตรฐานของ U.S. EPA SW-846 Method 1311 (TCLP) และ การทดสอบการชะละลายตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2540) โดยโลหะหนักที่ศึกษาคือ ทองแดง สังกะสี นิกเกิล ตะกั่ว โครเมียมและแบเรียม จากผลการทดลองพบว่า การชะละลายของโลหะหนักนั้นมีปัจจัยหลักในการชะละลายคือพีเอชสุดท้าย ซึ่งจะมีการชะละลายได้สูงที่สุดในช่วงพีเอช 3-5โดยชนิดของกรดที่ใช้ในการปรับ พีเอช และลักษณะของตัวอย่างเป็นปัจจัยควบคู่ที่ส่งผลต่อการชะละลายของโลหะหนัก คือ กรด อะซิติกจะส่งผลทำให้โลหะหนักที่อยู่ในตัวอย่างปรับเสถียรออกมามากที่สุดเนื่องจากความสามารถในการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนกับโลหะหนัก ยกเว้นนิกเกิลที่พบการชะละลายใกล้เคียงในการทดลองด้วยกรดทุกชนิด ส่วนการทดลองด้วยกรดไนตริกนั้นมีผลทำให้โลหะหนักที่อยู่ในตัวอย่างก้อนแข็งชะละลายมากที่สุด เนื่องจากกรดไนตริกมีความสามารถในการทำลายโครงสร้างซีเมนต์ได้ดีที่สุด เมื่อเทียบกับกรดอะซิติกและกรดซัลฟิวริก ยกเว้นโครเมียมที่พบความเข้มข้นสูงที่สุดเมื่อทำการชะละลายโดยกรดอะซิติก ส่วนการแปรผันระยะเวลาในการชะละลายนั้นมีผลต่อการชะละลายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากการทดลองแสดงให้เห็นว่าไม่มีการทดลองกรณีใดกรณีหนึ่ง ที่สามารถอธิบายความสามารถในการชะละลายของโลหะหนักชนิดต่างๆ ในของเสียที่ผ่านกระบวนการบำบัดแบบต่างๆ ได้
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ