|
รูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันราชภัฏกับชุมชนเพื่อพัฒนาด้านวัฒนธรรม |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | รูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันราชภัฏกับชุมชนเพื่อพัฒนาด้านวัฒนธรรม |
| Creator | สุดารัตน์ ชาญเลขา |
| Contributor | ธิดารัตน์ บุญนุช, พรชุลี อาชวอำรุง |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2545 |
| Keyword | ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม, ชุมชนกับสถาบันอุดมศึกษา, สถาบันราชภัฏ, วัฒนธรรม, Cultural relations, Community and college, Culture |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับชุมชน ในการมีส่วนร่วมเพื่อการวางแผนพัฒนาด้านวัฒนธรรม (2) พัฒนารูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันราชภัฏกับชุมชนเพื่อพัฒนาด้านวัฒนธรรม (3) ตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันราชภัฏกับชุมชนในฝั่งธนบุรี ผลการวิจัยนำเสนอตามขั้นตอนการวิจัย ดังนี้ ตอนที่ 1 : การศึกษาแนวคิดทฤษฎี มีการศึกษา 2 ส่วน คือ การศึกษาเอกสาร สิ่งพิมพ์ทั่วไปที่เกี่ยวข้อง และศึกษาจากการสัมภาษณ์ผู้บริหารจากสถาบันราชภัฏ และผู้แทนชุมชนในเขตพื้นที่ตั้งของสถาบันราชภัฏพบว่า สถาบันอุดมศึกษาควรต้องสนองรับนโยบายของรัฐจากข้อกำหนดตามกฎหมายให้สถาบันการศึกษากระจายอำนาจให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการบริหารงานด้านวัฒนธรรมจัดการศึกษา จัดกระทำสื่อปฏิสัมพันธ์วัฒนธรรมของชาติ และดำเนินการตามยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านวัฒนธรรมด้วยกระบวนการพลังร่วม ตอนที่ 2 : การพัฒนารูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันราชภัฏกับชุมชนเพื่อพัฒนาด้านวัฒนธรรม ผู้วิจัยนำเสนอ ส่วนที่ 1 ด้วยการเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันราชภัฏกับชุมชนตามสภาพที่ปรากฏในปัจจุบันกับสภาพที่ต้องการให้เกิดในอนาคต ด้วยการหาค่าที (t-test) พบว่าความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันราชภัฏกับชุมชนเพื่อพัฒนาด้านวัฒนธรรมตามสภาพที่ปรากฏในปัจจุบันกับสภาพที่ต้องการให้เกิดในอนาคต ทั้งในระดับนโยบาย และระดับปฏิบัติการ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติด้วยค่าความเชื่อร้อยละ 99 จากนั้นศึกษาเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มสถาบันราชภัฏ จำนวน 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มกรุงเทพมหานคร กลุ่มภาคกลาง กลุ่มภาคเหนือ กลุ่มภาคใต้ และกลุ่มภาคอีสาน โดยการศึกษาตามสภาพที่ปรากฎในปัจจุบันและศึกษาตามสภาพที่ต้องการให้เกิด ด้วยการหาค่า F (F-test) พบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันราชภัฏกับชุมชนจากภาพรวมในระดับนโยบาย และระดับปฏิบัติการ พบว่า ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนที่ 2 การวิเคราะห์องค์ประกอบ (Factor Analysis) เป็นการวิเคราะห์เพื่อมุ่งเน้นการจัดกลุ่มตัวแปรตามสภาพปรากฎในปัจจุบัน และตามสภาพที่ต้องการ พบว่า ความต้องการให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันราชภัฏกับชุมชน เพื่อพัฒนาวัฒนธรรม มีทั้งหมด 15 องค์ประกอบ ทั้ง 15 องค์ประกอบนี้ ผู้วิจัยนำไปบูรณาการกับข้อค้นพบในตอนที่ 1 เพื่อเป็นฐานในการพัฒนารูปแบบ จนได้รูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันราชภัฏกับชุมชน เพื่อพัฒนาด้านวัฒนธรรมดังนี้ ระดับนโยบายเป็นการบริหารแบบส่วนร่วม ได้แก่ การวางแผนพัฒนาด้านวัฒนธรรม ประกอบด้วยขั้นเตรียมการ ขั้นดำเนินการ และขั้นประเมินผล ระดับปฏิบัติการ (1) การจัดการศึกษาด้านวัฒนธรรม ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตร และการปรับกระบวนการเรียนการสอน (2) การจัดกระทำสื่อปฏิสัมพันธ์วัฒนธรรมของชาติ ได้แก่ การรวบรวม การเผยแพร่ การพัฒนา และการให้ความรู้วิธีการรวบรวมและพัฒนา (3) ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านวัฒนธรรมด้วย กระบวนการพลังร่วม ได้แก่ ให้ความรู้วิธีการอนุรักษ์วัฒนธรรม ฝึกปฏิบัติวิธีการอนุรักษ์วัฒนธรรมแสวงหาความร่วมมือด้านบุคลากร ด้านทรัพยากร ด้านงบประมาณ แสวงหางบประมาณกับองค์กรชุมชน แลกเปลี่ยนความรับผิดชอบด้านงบประมาณ ทรัพยากร บุคลากร กิจกรรมและการประสานให้เป็นเอกภาพ ตอนที่ 3: ตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันราชภัฏกับชุมชนเพื่อพัฒนาด้านวัฒนธรรมในฝั่งธนบุรี ผู้วิจัยจัดประชุมอาศรม เรื่อง โครงการศูนย์กรุงธนบุรีศึกษา โดยเชิญชุมชนในฝั่งธนบุรี ซึ่งเป็นคณะกรรมการของสภาวัฒนธรรมเขตต่างๆจำนวน 15 เขต มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 42 คน ผลการแสดงความคิดเห็น ภายหลังการประชุมจากการตอบแบบแสดงความคิดเห็น พบว่า ชุมชนฝั่งธนบุรีเห็นด้วยร้อยละ 83.45 ในการนำรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันราชภัฏกับชุมชนมาใช้กับโครงการจัดตั้งศูนย์ กรุงธนบุรีศึกษาครั้งนี้ |
| ISBN | 9743732438 |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |