การวิเคราะห์เงื่อนไขในการก่อสร้างบ้านพักอาศัยโดยใช้ชิ้นส่วนเสา และคานคอนกรีตสำเร็จรูป และผนังไฟเบอร์ซีเมนต์กลวง : กรณีศึกษาโครงการพิมานชล 2 เฟส 3 จ. ขอนแก่น
รหัสดีโอไอ
Title การวิเคราะห์เงื่อนไขในการก่อสร้างบ้านพักอาศัยโดยใช้ชิ้นส่วนเสา และคานคอนกรีตสำเร็จรูป และผนังไฟเบอร์ซีเมนต์กลวง : กรณีศึกษาโครงการพิมานชล 2 เฟส 3 จ. ขอนแก่น
Creator ดนุชา สุนทรารชุน
Contributor ชวลิต นิตยะ, ไตรรัตน์ จารุทัศน์
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2545
Keyword การก่อสร้าง, อาคารสำเร็จรูป, ที่อยู่อาศัย
Abstract ศึกษาหาเงื่อนไขที่เหมาะสมในการก่อสร้างบ้าน โดยใช้ชิ้นเสาและคานสำเร็จรูป และผนังไฟเบอร์ซีเมนต์กลวง โดยศึกษาในเรื่องของกรรมวิธีผลิตและก่อสร้างระบบสำเร็จรูป, ปัญหาในการก่อสร้างและวิธีป้องกันแก้ไข, ต้นทุนและระยะเวลาในการก่อสร้างเปรียบเทียบกับระบบเดิม ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นพื้นที่ใช้สอยเฉลี่ย 126 ตารางเมตร ในโครงการบ้านจัดสรรพิมานชล 2 เฟส 3 จังหวัดขอนแก่น ที่มีการก่อสร้างบ้านรูปแบบเดียวกันด้วยระบบเดิม โดยใช้วิธีเฝ้าสังเกตการณ์ จดบันทึก สัมภาษณ์ ถ่ายภาพการก่อสร้างในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ ใช้ใบบันทึกข้อมูลและกล้องถ่ายรูปเป็นเครื่องมือในการวิจัย ผลการศึกษาพบว่า กรรมวิธีการผลิตและการก่อสร้างในระบบสำเร็จรูปมีขั้นตอนวิธีการที่แตกต่าง จากการก่อสร้างด้วยระบบเดิม โดยพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อ ลดงานในสถานที่ก่อสร้างลง ปัญหาสำคัญที่พบในขณะการก่อสร้าง ได้แก่ การขาดการควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบที่รัดกุมในขั้นตอนการผลิตและขนส่งชิ้น ส่วนสำเร็จรูป ปัญหาการไม่ได้คุณภาพของรอยต่อเชื่อมชิ้นส่วนเสาและคาน การแตกเสียหายของชิ้นส่วนเสาและคานคอนกรีตสำเร็จรูป 0.18% ชิ้นส่วนบันไดสำเร็จรูปเสียหาย 8.69% สำหรับต้นทุนค่าก่อสร้างของบ้านระบบสำเร็จรูปเท่ากับ 923,560.80 บาท (7,330 บาท/ตรม.) ส่วนบ้านระบบเดิมมีต้นทุนค่าก่อสร้างเท่ากับ 890,065.36 บาท (7,064บาท/ตรม.) และระยะเวลาการก่อสร้างบ้านด้วยระบบสำเร็จรูปเท่ากับ 77 วัน (2 เดือน 17 วัน) และระบบเดิม 112 วัน (3 เดือน 22วัน) จากการวิเคราะห์ผลพบว่า เงื่อนไขสำคัญในการใช้ชิ้นส่วนเสาและคานคอนกรีตสำเร็จรูป และผนังไฟเบอร์ซีเมนต์กลวงคือการผลิตเป็นจำนวนมาก การใช้ชิ้นส่วนซ้ำกัน การบริหารจัดการ และความชำนาญด้านเทคนิคในการก่อสร้าง การก่อสร้างด้วยเสาและคานคอนกรีตสำเร็จรูปและผนังไฟเบอร์ซีเมนต์กลวงนี้ มีขั้นตอนและวิธีในการก่อสร้างซับซ้อนกว่าระบบเดิม ตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนในโรงงานจนถึงการประกอบติดตั้ง ณ สถานที่ก่อสร้าง ซึ่งต้องใช้การบริหารจัดการที่ดีและมีความชำนาญในเทคนิคของการผลิตและการก่อ สร้าง เพราะจะเกิดปัญหาตามมา ซึ่งการแก้ไขป้องกันต้องมีการวางแผน, ตรวจสอบให้ละเอียด, ใช้เครื่องมือวิธีการทางด้านเทคนิคที่มีความแม่นยำ จะลดความผิดพลาดจากแรงงานคนลง ราคาค่าก่อสร้างบ้านระบบสำเร็จรูปสูงกว่าระบบเดิม 3.76% แต่ระยะเวลาการก่อสร้างบ้านระบบสำเร็จรูปลดลง 31.25% และค่าแรงงานของการก่อสร้างบ้านระบบสำเร็จรูปลดลง 25.15% สามารถสรุปผลการวิจัยได้ว่า การนำระบบสำเร็จรูปโดยใช้ชิ้นส่วนเสาและคานคอนกรีตสำเร็จรูป และผนังไฟเบอร์ซีเมนต์กลวงมาใช้ในการก่อสร้างบ้านเป็นไปได้โดยเงื่อนไขที่ ต้องมีการผลิตเป็นจำนวนมาก มีการใช้ชิ้นส่วนซ้ำกันเท่าที่จะทำได้ มีการบริหารควบคุมคุณภาพในการผลิตและการก่อสร้างที่รัดกุม มีประสิทธิภาพ มีความชำนาญในเทคนิควิธีการก่อสร้างซึ่งเหมาะสมกับ โครงการหมู่บ้านจัดสรรที่มีการก่อสร้างในแบบเหมือนๆ กันจำนวนมากๆ ซึ่งข้อดีของระบบสำเร็จรูปคือ ลดงานในสถานที่ก่อสร้างลง ให้งานส่วนหนึ่งไปอยู่ในระบบผลิตที่โรงงาน ที่มีการควบคุมคุณภาพได้ดีกว่าซึ่งก็เป็นผลให้ค่าแรงลดลง และใช้แรงงานในสถานที่ก่อสร้างน้อยลง และระยะเวลาในการก่อสร้างลดลงกว่าระบบเดิม ส่วนข้อด้อยคือต้องใช้เทคนิควิธีการมากกว่าระบบเดิมซึ่งต้องการการบริหารควบ คุมที่ดี แรงงานที่มีฝีมือ และราคาต้นทุนค่าวัสดุที่สูงกว่าระบบเดิม
ISBN 9741732643
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ