ผลของกระบวนการความร้อนเชิงกลต่อการกัดกร่อนบริเวณขอบเกรนของเหล็กกล้าไร้สนิม 304
รหัสดีโอไอ
Title ผลของกระบวนการความร้อนเชิงกลต่อการกัดกร่อนบริเวณขอบเกรนของเหล็กกล้าไร้สนิม 304
Creator กิติศักดิ์ โกศลวรรณธนะ
Contributor วิศิษฐ ทวีปรังษีพร, เดโช ทองอร่าม
Publisher จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Year 2544
Keyword เหล็กกล้าไร้สนิม, เหล็กกล้าไร้สนิม -- กระบวนการความร้อน, การกัดกร่อนและการป้องกันการกัดกร่อน
Abstract ในงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักคือ การตรวจสอบผลของกระบวนการความร้อนเชิงกลที่ประกอบไปด้วยขั้นตอนการอบให้ความร้อนที่ 900℃ ประมาณ 1 ชม. จากนั้นให้ความเครียดประมาณ 3% แล้วนำไปอบอีกครั้งที่ 900℃ ในระยะเวลา 3 นาที ต่อการกัดกร่อนอันเนื่องมาจากผลของความเค้นบริเวณขอบเกรนของเหล็กกล้าไร้สนิม 304 ด้วยเครื่องมือให้อัตราความเครียดช้า ประมาณ 1.75 x 10-6 ต่อวินาที ในสภาวะจำลองการกัดกร่อนด้วยสารละลายโซเดียมไทโอซัลเฟตและสารละลายผสมระหว่างโซเดียมคลอไรด์ โซเดียมไทโอซัลเฟต และกรดซัลฟิวริกที่อุณหภูมิห้องพบว่าพฤติกรรมการแตกร้าวอันเนื่องมาจากผลของความเค้นบริเวณขอบเกรนถูกควบคุมโดยปริมาณการเชื่อมต่อของขอบเกรนที่มีการตกตะกอนของโครเมียมคาร์ไบด์ ถ้าปริมาณของ ขอบเกรนที่มีการเชื่อมต่อกันของคาร์ไบต์ประมาณ 89% จะก่อให้ เกิดการแตกร้าวบนขอบเกรนได้ในทันที ซึ่งในสภาวะที่ถูกเซนซิไทซ์เหล็กกล้าไร้สนิม 304 ที่ผ่านกระบวนการความร้อนเชิงกลจะมีความต้านทานต่อการผุกร่อนที่ขอบเกรนมากกว่าเหล็กกล้าไร้สนิม 304 ที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการความร้อนเชิงกล ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนในชิ้นงานเหล็กกล้าไร้สนิม 304 ที่ผ่านการเซนซิไทซ์ที่ 650℃ นาน 8 ชม.เกิดการแตกร้าวขึ้นที่บริเวณขอบเกรนอย่างรวดเร็ว เป็นผลให้ค่าคุณสมบัติเชิงกลที่ตรวจวัดได้นั้น มีค่าลดตํ่าลงมากเมื่อเทียบกับชิ้นงานอื่นๆในสภาวะที่ถูกเซนซิไทซ์แตกต่างกันไปในขณะที่ลักษณะของการแตกตามขอบเกรนไม่ปรากฏในชิ้นงานเหล็กกล้าไร้สนิม 304 ที่ผ่านกระบวนการความร้อนเชิงกลในสภาวะที่ถูกเซนซิไทซ์และการทดสอบเดียวกัน
ISBN 9740311091
URL Website cuir.car.chula.ac.th
Chulalongkorn University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
Digital File #2
Digital File #3
Digital File #4
Digital File #5
Digital File #6
Digital File #7
Digital File #8
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ