|
การวิเคราะห์กฎหมายควบคุมความสูงอาคารเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาเมือง โดยวิธีจำลองภาพ ด้วยคอมพิวเตอร์ : โบสถ์ซางตาครูส |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การวิเคราะห์กฎหมายควบคุมความสูงอาคารเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาเมือง โดยวิธีจำลองภาพ ด้วยคอมพิวเตอร์ : โบสถ์ซางตาครูส |
| Creator | สิริสุดา บูรณะโสภณ |
| Contributor | กวีไกร ศรีหิรัญ, บัณฑิต จุลาลัย |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2543 |
| Keyword | โบสถ์ซานตาครูส, อาคารสูง -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ |
| Abstract | มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมและป้องกันมิให้มีการก่อสร้างอาคารสูงที่จะบดบังโบราณสถาน เป็นเครื่องมือสำคัญในการอนุรักษ์โบราณสถานและสภาพแวดล้อม การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงมาตรการดังกล่าว ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบดบังมุมมอง โดยอาศัยโบสถ์ซางตาครูส เป็นกรณีศึกษา ใช้วิธีการรวบรวมข้อมูลเอกสารทางประวัติศาสตร์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการสำรวจสภาพแวดล้อมปัจจุบัน โอกาสการมองเห็นตำแหน่ง ทิศทางและระยะห่างของทัศนากร รวมถึงเส้นทางสัญจรการเข้าถึงทางแม่น้ำและถนน จากนั้นนำไปประมวลผลโดยใช้เทคนิคคอมพิวเตอร์ โปรแกรม AutoCAD R14 จำลองภาพสองมิติ และสามมิติ แสดงภาพเป็นแบบลายเส้น สีขาว-ดำ กำหนดขนาดภาพที่มีสัดส่วนความกว้าง : ความยาว เท่ากับ 1:1.4 ความยาวเลนส์เท่ากับ 28 มม. ในเรื่องการบดบังมุมมอง ใช้การเปรียบเทียบผลต่างของค่าการบดบังมุมมองเป็นร้อยละ จากการศึกษาพบว่า โบสถ์ซางตาครูส เป็นโบราณสถานที่มีอายุเก่าแก่นับย้อนไปถึงสมัยกรุงธนบุรี มีรูปแบบสถาปัตยกรรมเรเนสซองส์ผสมนีโอคลาสิค อาคารตั้งหันหน้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา มีจุดเด่นที่หอคอยของอาคารเป็นทรงโดม สภาพโดยรอบเป็นชุมชนเก่าที่ก่อตั้งมาพร้อมๆ กับวัดซางตาครูส อาคารส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยวความสูงโดยเฉลี่ยหกเมตร ยกเว้นอาคารเรียน บริเวณศึกษามีกฎหมายควบคุมความสูงอาคารตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครรวมสามฉบับ ผลการวิเคราะห์สภาพที่เป็นอยู่ปัจจุบัน พบว่า การบดบังมุมมองของโบสถ์ซานตาครูสในห้าเส้นทาง มีค่าการบดบังมุมมองดังนี้ จากเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยาเท่ากับ 22.91-91.86% จากเรือข้ามฟากเท่ากับ 0-94.89% จากถนนเทศบาลสาย 1 เท่ากับ 28.10-61.58% จากทางเดินริมน้ำเท่ากับ 86.51-100% และ จากทางเดินในชุมชนเท่ากับ 67.08-94.39% เมื่อจำลองภาพขึ้นใหม่โดยคงตัวแปรของทิศทางทัศนาการและตำแหน่งทัศนกรเดิม แต่เปลี่ยนแปลงความสูงของอาคารที่อยู่ในบริเวณศึกษา หากสร้างตามข้อบัญญัติ พบว่า ร้อยละ 86 จากทัศนภาพทั้งหมดที่ทำการศึกษา จะมีค่าการบดบังมุมมองเพิ่มมากขึ้นกว่าร้อยละห้า เมื่อพิจารณาตามเกณฑ์ของ Burbeck and Kelly ที่ถือว่า หากทัศนภาพใหม่มีค่าการบดบังมุมมองเพิ่มมากขึ้นจากทัศนภาพเดิมน้อยกว่าร้อยละห้า ให้ถือว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงของทัศนภาพนั้น จึงสรุปได้ว่า แม้จะมีมาตรการควบคุมความสูงอาคาร แต่อาคารก่อสร้างใหม่มีความสูงตามที่กฎหมายกำหนด ก็ยังจะบดบังมุมมอง ของโบสถ์ซางตาครูส เนื่องจาก การบดบังมุมมองยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ได้แก่ โอกาสและขอบเขตในการมองเห็น ระยะห่างระหว่างโบราณสถานกับอาคารโดยรอบ รวมถึงระยะเวลาความถี่ในการมองเห็นและแสงสว่าง ลักษณะกายภาพของอาคารที่บดบัง และองค์ประกอบอื่นๆ เช่น ส่วนยื่นหลังคา กันสาด รั้ว โครงสร้างอาคาร ระบบสาธารณูปโภค เช่น เสาไฟฟ้า สายโทรศัพท์ และป้าย หากจะนำผลการศึกษาที่ได้ไปกำหนดแนวทางในการอนุรักษ์โบสถ์ซางตาครูสในเรื่องการบดบังมุมมอง จอต้องกำหนดมาตรฐานการควบคุมการก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้อาคารบางหลัง ที่ส่งผลกระทบต่อการบดบังมุมของโบสถ์ซางตาครูส โดยเฉพาะจากเส้นทางการเข้าถึงทางถนนเทศบาลสาย 1 และทางแม่น้ำเจ้าพระยา ในเรื่องความสูง ระยะร่น พื้นที่อาคาร และลักษณะเฉพาะทางสถาปัตยกรรม อย่างไรก็ตามผลสรุปที่ได้จากการศึกษาเป็นเพียงการประเมินค่าในเชิงปริมาณเท่านั้น ควรจะศึกษาวิธีการประเมินค่าในเชิงคุณภาพ รวมทั้งการวิเคราะห์ในเรื่องความขัดแย้งและกลมกลืนของภาพและพื้นภาพ |
| ISBN | 9741307977 |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |