|
การเปรียบเทียบผลการทำนายของโมเดลการคัดเลือกผู้สมัครเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาระหว่างวิธีการสอบร่วมกับวิธีการคัดเลือกเองของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การเปรียบเทียบผลการทำนายของโมเดลการคัดเลือกผู้สมัครเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาระหว่างวิธีการสอบร่วมกับวิธีการคัดเลือกเองของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล |
| Creator | วารุณี พูลสวัสดิ์ |
| Contributor | อุทุมพร จามรมาน, เอื้อพงศ์ จตุรธำรง |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2542 |
| Keyword | สถาบันอุดมศึกษา -- การสอบคัดเลือก, นักศึกษาแพทย์ -- การดำเนินชีวิต, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, พยากรณ์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำนายผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในมหาวิทยาลัยและความสุขสมบูรณ์ในการดำเนินชีวิตของนักศึกษาแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จากโมเดลการคัดเลือก 2 โมเดล คือ โมเดลการคัดเลือกด้วยวิธีการสอบร่วมกับโมเดลการคัดเลือกด้วยวิธีการคัดเลือกเอง และเปรียบเทียบโมเดลดังกล่าว ในประเด็นความสามารถในการทำนายและความคลาดเคลื่อนในการทำนาย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล รุ่นปีการศึกษา 2536-2541 จำนวน 1,168 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามเกี่ยวกับภูมิหลังของนักศึกษาแพทย์และความสุขสมบูรณ์ในการดำเนินชีวิต และแบบบันทึกเกี่ยวกับเกรดเฉลี่ยสะสมและคะแนนสอบคัดเลือก วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมลิสเรล 8.12 ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. โมเดลทั้ง 2 ที่มีความกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ประกอบด้วยตัวแปรด้านภูมิหลังของนักศึกษาแพทย์และคะแนนสอบคัดเลือก 15 ตัว ที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในมหาวิทยลัยและความสุขสมบูรณ์ในการดำเนินชีวิต ซึ่งโมเดลทั้ง 2 มีตัวแปรดังกล่าวเหมือนกัน 13 ตัวและแตกต่างกัน 4 ตัว โดยที่โมเดลการคัดเลือกด้วยวิธีการสอบร่วม อธิบายความแปรปรวนของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในมหาวิทยาลัยและความสุขสมบูรณ์ในการดำเนินชีวิตได้ร้อยละ 39 และร้อยละ 3 ตามลำดับ ความตรงของโมเดลแสดงด้วยค่าไค-สแควร์ = 172.29 ที่องศาความเป็นอิสระ 150 ระดับนัยสำคัญ 0.10 ประกอบกับดัชนีวัดระดับความกลมกลืน (GFI = 0.98) และดัชนีวัดระดับความกลมกลืนที่ปรับแก้แล้ว (AGFI = 0.96) มีค่าเข้าใกล้ 1 และโมเดลการคัดเลือกด้วยวิธีการคัดเลือกเอง อธิบายความแปรปรวนของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในมหาวิทยาลัยและความสุขสมบูรณ์ในการดำเนินชีวิตได้ร้อยละ 16 และ ร้อยละ 17 ตามลำดับ ความตรงของโมเดลแสดงด้วยค่าไค-สแควร์ = 161.75 ที่องศาความเป็นอิสระ 140 ระดับนัยสำคัญ 0.10 ประกอบกับดัชนีวัดระดับความกลมกลืน (GFI = 0.97) และดัชนีวัดระดับความกลมกลืนที่ปรับแก้แล้ว (AGFI = 0.94) มีค่าเข้าใกล้ 1 2. ในการเปรียบเทียบโมเดล โดยใช้ค่าสถิติ 3 ประเภท เป็นเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ ได้แก่ ค่าสัมประสิทธิ์การทำนายของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในมหาวิทยาลัย (R2สอบร่วม = 0.39, R2คัดเลือกเอง = 0.16) ค่าสัมประสิทธิ์การทำนายของความสุขสมบูรณ์ในการดำเนินชีวิต (R2สอบร่วม = 0.03, R2คัดเลือกของ = 0.17) และค่ากำลังสองเฉลี่ยของส่วนเหลือ (RMRสอบร่วม = 0.033, RMRคัดเลือกเอง = 0.037) พบว่าแต่ละโมเดลดีในลักษณะต่างกัน โดยโมเดลการคัดเลือกด้วยวิธีการสอบร่วมเป็นโมเดลที่ดีในการทำนายผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในมหาวิทยาลัย ในขณะที่โมเดลการคัดเลือกด้วยวิธีการคัดเลือกเองเป็นโมเดลที่ดีในการทำนายความสุขสมบูรณ์ในการดำเนินชีวิต |
| ISBN | 9743335447 |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |