|
ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้เสียงพยัญชนะกักในภาษาไทยกับระดับความก้องในการเปล่งเสียงพยัญชนะกักในภาษาอังกฤษของผู้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้เสียงพยัญชนะกักในภาษาไทยกับระดับความก้องในการเปล่งเสียงพยัญชนะกักในภาษาอังกฤษของผู้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ |
| Creator | จิตราวดี สิงหนิยม |
| Contributor | สุดาพร ลักษณียนาวิน |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2542 |
| Keyword | ภาษาศาสตร์, เสียงพยัญชนะกัก, การรับรู้เสียง, ภาษาไทย -- การออกเสียง |
| Abstract | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้เสียงพยัญชนะกักในภาษาไทยกับระดับความก้องในการเปล่งเสียงพยัญชนะกักในภาษาอังกฤษของผู้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่จำนวน 30 คน โดยศึกษาจากการรับรู้เสียงพยัญชนะกัก-ไม่ก้อง-ไม่พ่นลมที่ปรากฏในตำแหน่งต้นพยางค์ในภาษาไทย และการเปล่งเสียงพยัญชนะกัก-ก้องในตำแหน่งต้นพยางค์ในภาษาอังกฤษ ผู้วิจัยได้ตั้งสมมติฐานว่า ถ้าระดับความก้องในการเปล่งเสียงพยัญชนะกัก-ก้องในภาษาอังกฤษเป็นปัจจัยกำหนดการรับรู้เสียงพยัญชนะกักในภาษาไทย ผู้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ที่รับรู้เสียงไม่พ่นลมเป็นเสียงก้องจะเปล่งเสียงก้องแบบลดความก้อง และถ้าผู้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ที่รับรู้เสียงไม่พ่นลมเป็นเสียงไม่ก้องจะเปล่งเสียงก้องแบบก้องเต็มที่ งานวิจัยนี้ผู้วิจัยเก็บข้อมูลจากประชากรตัวอย่างที่พูดภาษาอังกฤษสำเนียง "อังกฤษ" (ชาวอังกฤษและออสเตรเลีย) จำนวน 13 คน และประชากรตัวอย่างที่พูดภาษาอังกฤษสำเนียง "อเมริกัน" (ชาวสหรัฐอเมริกาและแคนาดา) จำนวน 17 คน เนื่องจากผู้วิจัยสันนิษฐานว่าประชากรตัวอย่างทั้งสองกลุ่มจะมีพฤติกรรมการรับรู้และการเปล่งเสียงพยัญชนะกักแตกต่างกัน ผลการศึกษาการรับรู้เสียงพยัญชนะกักในภาษาไทยปรากฏว่า ประชากรตัวอย่างทั้งหมดไม่มีปัญหาในการรับรู้เสียงพ่นลมและเสียงก้องในภาษาไทย คือมีการรับรู้ร้อยละ 98 และ 99.3 ตามลำดับ ส่วนในการรับรู้เสียงไม่พ่นลมในภาษาไทย ประชากรตัวอย่างบางคนรับรู้เป็นเสียงก้อง บางคนรับรู้เป็นเสียงไม่ก้องในภาษาอังกฤษ ผลการวิจัยพบว่า ประชากรตัวอย่างที่พูดภาษาอังกฤษสำเนียง "อังกฤษ" ทุกคน รับรู้เสียงไม่พ่นลมเป็นเสียงก้องในภาษาอังกฤษ ส่วนประชากรที่พูดภาษาอังกฤษสำเนียง "อเมริกัน" ส่วนใหญ่ (10 คนใน 17 คน) รับรู้เสียงไม่พ่นลมเป็นเสียงไม่ก้องและอีก 7 คนรับรู้เป็นเสียงก้อง สรุปได้ว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ (20 คนใน 30 คน) รับรู้เสียงไม่พ่นลมเป็นเสียงก้องในภาษาอังกฤษ เมื่อศึกษาการเปล่งเสียงพยัญชนะกักในภาษาอังกฤษของประชากรตัวอย่าง ผู้วิจัยพบว่า ประชากรตัวอย่างที่พูดภาษาอังกฤษสำเนียง "อังกฤษ" เปล่งเสียงก้องแบบลดความก้องเป็นส่วนใหญ่ (11 คนใน 13 คน) ส่วนประชากรตัวอย่างที่พูดภาษาอังกฤษสำเนียง "อเมริกัน" ก็เปล่งเสียงก้องแบบลดความก้องเช่นกัน (15 คนใน 17 คน) สรุปได้ว่า ประชากรส่วนใหญ่ (26 คนใน 30 คน) เปล่งเสียงก้องในตำแหน่งต้นพยางค์เป็นเสียงก้องแบบลดความก้อง เมื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้เสียงพยัญชนะกักในภาษาไทยกับระดับความก้องในการเปล่งเสียงพยัญชนะกักในภาษาอังกฤษ ผู้วิจัยพบว่า ประชากรตัวอย่างที่พูดภาษาอังกฤษสำเนียง "อังกฤษ" ส่วนใหญ่ (11 คนใน 13 คน) มีพฤติกรรมการรับรู้และการเปล่งเสียงพยัญชนะกักที่สัมพันธ์กัน คือ มีการรับรู้เป็นเสียงก้องและเปล่งเสียงเป็นเสียงลดความก้อง ส่วนประชากรตัวอย่างที่พูดภาษาอังกฤษสำเนียง "อเมริกัน" มีการรับรู้และการเปล่งเสียงพยัญชนะกักแตกต่างกันสามรูปแบบ คือ ประชากรส่วนใหญ่ (10 คนใน 17 คน) มีพฤติกรรมการรับรู้และการเปล่งเสียงพยัญชนะกักที่ไม่สัมพันธ์กันตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ส่วนประชากรตัวอย่างอีก 7 คน มีพฤติกรรมการรับรู้และการเปล่งเสียงที่มีความสัมพันธ์กันตามสมมติฐาน คือ 6 คนรับรู้เสียงไม่พ่นลมเป็นเสียงก้องและเปล่งเสียงก้องแบบลดความก้อง และ 1 คนรับรู้เสียงไม่พ่นลมเป็นเสียงไม่ก้องและเปล่งเสียงก้องแบบก้องเต็มที่ ถ้าการรับรู้เสียงสะท้อนให้เห็นหน่วยเสียงต้นแบบอันเกิดจากรูปแสดงของหน่วยเสียงนั้นในบริบทต่างๆ อาจกล่าวได้ว่า ประชากรตัวอย่างทีพูดภาษาอังกฤษสำเนียง "อังกฤษ" มีหน่วยเสียงพยัญชนะกักต้นแบบเดียวกัน ในขณะที่ ประชากรตัวอย่างที่พูดภาษาอังกฤษสำเนียง "อเมริกัน" มีหน่วยเสียงต้นแบบมากกว่า 1 แบบ เป็นไปได้ว่า รูปแสดงของเสียงพยัญชนะกักในตำแหน่งต้นพยางค์เพียงแห่งเดียวไม่เพียงพอที่จะสะท้อนให้เห็นหน่วยเสียงต้นแบบของผู้พูดภาษาอังกฤษสำเนียง "อเมริกัน" ได้ |
| ISBN | 9743331867 |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |