|
คุณค่า และแนวคิดในการสร้างสรรค์ รำฉุยฉายนางอดูล ของ สุมิตร เทพวงษ์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | เขมวันต์ นาฏการจนดิษฐ์ |
| Title | คุณค่า และแนวคิดในการสร้างสรรค์ รำฉุยฉายนางอดูล ของ สุมิตร เทพวงษ์ |
| Publisher | วารสารวิพิธพัฒนศิลป์ โครงการบัณฑิตศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ |
| Publication Year | 2565 |
| Journal Title | วารสารวิพิธพัฒนศิลป์ |
| Journal Vol. | 2 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 30-51 |
| Keyword | ฉุยฉายนางอดูล, นาฏยประดิษฐ์, สุมิตร เทพวงษ์, รำเดี่ยว |
| URL Website | https://so02.tci-thaijo.org/index.php/WIPIT |
| Website title | วิพิธพัฒนศิลป์ |
| ISSN | E-ISSN: 2730-3640 |
| Abstract | บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณค่า และแนวคิดในการสร้างสรรค์รำฉุยฉายนางอดูลของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุมิตร เทพวงษ์ ผลจากการศึกษาพบว่า รำฉุยฉายนางอดูล สร้างสรรค์ขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายสำหรับนำไปใช้ในการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน นางอดูลปีศาจคิดแค้นนางสีดา บทร้องประกอบไปด้วยกลอนที่มีฉันทลักษณ์เฉพาะใช้สำหรับการขับร้องด้วยเพลงฉุยฉาย และเพลงแม่ศรี โดยผู้สร้างสรรค์มีการใช้สัมผัสใน ทั้งที่เป็นสัมผัสสระ สัมผัสวรรณยุกต์ รวมถึงการใช้คำซ้ำ และคำที่ให้นัยลึกซึ้ง ซึ่งส่งผลให้บทประพันธ์มีความงดงามทางภาษา เพลงที่ใช้ในการบรรเลง และขับร้อง ได้แก่ เพลงรัว เพลงฉุยฉาย เพลงแม่ศรี และเพลงเร็ว-ลา กำหนดใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้าหรือเครื่องคู่ในการบรรเลง โดยในส่วนของกระบวนท่ารำ เป็นการใช้ภาษาท่าในการสื่อความหมายตามบทร้องและทำนองเพลงปรากฏการใช้ท่ารำซ้ำ แต่มีการปรับเปลี่ยนไม่ให้เกิดความซ้ำซาก ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การสลับข้าง การเว้นช่วงในการปฏิบัติท่ารำ รวมถึงการปรับการใช้มือ เท้า ศีรษะให้เกิดความแตกต่าง ตลอดจนมีการนำเอาท่ารำจากการแสดงชุดอื่นๆ หรือท่ารำที่มีอยู่แล้วมาร้อยเรียงให้เชื่อมกันด้วยท่านาฏยศัพท์ต่างๆ จนเกิดลีลาท่ารำแบบใหม่ รูปแบบการแต่งกายกำหนดให้แต่งกายด้วยผ้าห่มนางสีแดงขลิบเขียว นุ่งผ้ายกเขียว โดยรวบผมเป็นหางม้า ประดับรัดท้ายช้อง และสวมกระบังหน้าเป็นเครื่องประดับศีรษะ ตามบทบาทของตัวละครที่แปลงกายเป็นนางกำนัล ซึ่งอาจได้รับแรงบันดาลใจมาจากรำฉุยฉายนางยักษ์แปลงที่มีมาแต่โบราณทั้งนี้แม้ว่าผู้สร้างสรรค์ผลงานจะเสียชีวิตไปแล้วแต่คุณค่าของผลงานทั้งทางด้านวรรณศิลป์ และนาฏดุริยางคศิลป์ยังคงประจักษ์ชัด แสดงให้เห็นถึงแนวคิดและภูมิปัญญาเฉพาะตนในการสร้างสรรค์ผลงาน ควรแก่การอนุรักษ์ สืบทอด และส่งเสริมไว้ในฐานะมรดกอันทรงคุณค่าของวงการนาฏศิลป์ไทยสืบไป |