การสร้างอุปกรณ์และโปรแกรมการฝึกสมาธิแบบเคลื่อนที่ ที่ส่งผลต่อความสามารถในการยิงปืน
รหัสดีโอไอ
Creator ฉัตรตระกูล ปานอุทัย
Title การสร้างอุปกรณ์และโปรแกรมการฝึกสมาธิแบบเคลื่อนที่ ที่ส่งผลต่อความสามารถในการยิงปืน
Contributor พัชรี ทองคำพานิช
Publisher Thailand National Sports University
Publication Year 2565
Journal Title Academic Journal of Thailand National Sports University
Journal Vol. 14
Journal No. 3
Page no. 39 - 56
Keyword อุปกรณ์การฝึกสมาธิแบบเคลื่อนที่, โปรแกรมการฝึกสมาธิแบบเคลื่อนที่, ความสามารถในการยิงปืน, นักกีฬายิงปืน
URL Website https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal
Website title เว็บไซต์วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ
ISSN Print ISSN : 2673-0952 Online ISSN : 2697-5793
Abstract การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) สร้างอุปกรณ์และโปรแกรมการฝึกสมาธิแบบเคลื่อนที่สำหรับนักกีฬายิงปืน และ 2) ศึกษาผลของโปรแกรมการฝึกสมาธิแบบเคลื่อนที่ที่ส่งผลต่อความสามารถในการยิงปืน วิธีดำเนินการวิจัย แบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 เป็นการสร้างอุปกรณ์และโปรแกรมการฝึกสมาธิแบบเคลื่อนที่ แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน แต่ละขั้นตอนได้ตรวจสอบคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน โดยการหาค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา (CVI) และการนำไปทดลองใช้กับนักกีฬายิงปืน และระยะที่ 2 เป็นการศึกษาผลของโปรแกรมการฝึกสมาธิแบบเคลื่อนที่ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักกีฬายิงปืน อายุระหว่าง 19 - 24 ปี จำนวน 24 คน แบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม ๆ ละ 12 คน กลุ่มควบคุม ฝึกตามโปรแกรมปกติของชมรมยิงปืน และกลุ่มทดลอง ฝึกตามโปรแกรมปกติของชมรมยิงปืนควบคู่กับโปรแกรมการฝึกสมาธิแบบเคลื่อนที่ ทั้งสองกลุ่มฝึก 3 วันต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ทดสอบความสามารถในการยิงปืนสั้นอัดลม ระยะ 10 เมตร ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และ 8 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่มที่เป็นอิสระต่อกัน วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ และเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ด้วยวิธี LSD กำหนดระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05ผลการวิจัย พบว่า 1) อุปกรณ์การฝึกสมาธิแบบเคลื่อนที่ มี 2 ส่วน มีค่า (CVI) เท่ากับ 0.92 และโปรแกรมการฝึกสมาธิแบบเคลื่อนที่ มี 3 แบบฝึก มีค่า (CVI) เท่ากับ 1.00 2) ความสามารถในการยิงปืนระหว่างกลุ่มควบคุมกับกลุ่มทดลอง ก่อนการฝึก และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ 3) ภายในกลุ่มควบคุมมีความสามารถในการยิงปืน ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และ 8 ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่กลุ่มทดลอง ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และ 8 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ดังนั้น การฝึกด้วยอุปกรณ์และโปรแกรมการฝึกสมาธิแบบเคลื่อนที่ เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ สามารถพัฒนาความสามารถในการยิงปืนให้กับนักกีฬากีฬายิงปืนได้
Thailand National Sports University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ