|
รูปแบบจำลองสมการโครงสร้างการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิผลจากการเล่นกีฬารักบี้ฟุตบอล |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ลำพอง ศรรุ่ง |
| Title | รูปแบบจำลองสมการโครงสร้างการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิผลจากการเล่นกีฬารักบี้ฟุตบอล |
| Contributor | รัชนี ขวัญบุญจัน, ศิลปชัย สุวรรณธาดา |
| Publisher | Thailand National Sports University |
| Publication Year | 2565 |
| Journal Title | Academic Journal of Thailand National Sports University |
| Journal Vol. | 13 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 85-94 |
| Keyword | ผู้นำ, ภาวะผู้นำ, การเล่นกีฬารักบี้ฟุตบอล, พฤติกรรมทางสังคม |
| URL Website | https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal/index |
| Website title | เว็บไซต์วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ |
| ISSN | Print ISSN : 2673-0952 Online ISSN : 2697-5793 |
| Abstract | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิผลจากการเล่นกีฬารักบี้ฟุตบอล (2) ศึกษารูปแบบจำลองสมการโครงสร้างการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิผลจากการเล่นกีฬารักบี้ฟุตบอล (3) เปรียบเทียบปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิผลจากการเล่นกีฬารักบี้ฟุตบอลในระดับเยาวชน อุดมศึกษา และสโมสรวิธีดำเนินการวิจัย การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ นักกีฬารักบี้ฟุตบอลระดับเยาวชน อุดมศึกษา สโมสร และผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียที่ได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งชั้น จำนวน 1,433 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถามความคิดเห็นจากสภาพจริงที่เกี่ยวกับปัจจัย ที่ส่งผลต่อการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิผลจากการเล่นกีฬารักบี้ฟุตบอล โดยค่าความตรงของแบบสอบถาม อยู่ที่ 0.883 และมีค่าความเที่ยงอยู่ที่ 0.965 สถิติที่ใช้ในการวิจัยเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ปัจจัยเชิงยืนยัน (CFA) รูปแบบสมการโครงสร้าง (SEM) วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (f-test) และทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ (LSD) ระดับเยาวชน อุดมศึกษา และสโมสรผลการวิจัย (1) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิผลจากการเล่นกีฬารักบี้ฟุตบอล 3 ระดับ ทั้ง 9 ปัจจัย มีความเหมาะสมตามวัตถุประสงค์ในระดับสูง (CFI = .936) มีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (2) การทดสอบรูปแบบจำลองสมการโครงสร้าง มีความเหมาะสมในระดับสูง (CFI= .883) ปัจจัยที่ได้รับอิทธิพลรวมในทิศทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จาก 3 ปัจจัยเชิงสาเหตุ คือ การเป็นผู้จัดการที่มีประสิทธิภาพ การมีพฤติกรรมทางสังคมที่พึงประสงค์ และการพัฒนาตน โดยมีค่าอิทธิพลรวมที่ .684 .621 และ .041 ตามลำดับ และ (3) เปรียบเทียบปัจจัยระดับเยาวชน อุดมศึกษา และสโมสร มีความแตกต่างกันทุกปัจจัยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้ง 9 ด้าน ตามลำดับสรุปผลการวิจัย จากข้อค้นพบ สามารถให้ข้อเสนอแนะจากการวิจัยครั้งนี้ได้ว่า กีฬารักบี้ฟุตบอลนั้นมีประโยชน์ต่อการสร้างการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิผลได้ เหมาะสมกับการส่งเสริมเยาวชนนำมาพัฒนาตนให้ก้าวหน้าทางอนาคตได้จริง ดังนั้น สถาบันการศึกษา หน่วยงาน และองค์กร ควรส่งเสริมให้มีการเรียนการสอน โดยนำเข้ามาเป็นกิจกรรมพิเศษ เพื่อช่วยส่งเสริมการพัฒนาบุคลิกภาพทางการเป็นผู้นำที่ดีของชาติในอนาคต |