ความแตกต่างของการจัดลำดับโปรแกรมการฝึกด้วยการฟังดนตรีพื้นบ้านอีสาน จินตภาพ และพูดกับตนเอง ต่อความสามารถในการออกกำลังกาย
รหัสดีโอไอ
Creator ภูษณพาส สมนิล
Title ความแตกต่างของการจัดลำดับโปรแกรมการฝึกด้วยการฟังดนตรีพื้นบ้านอีสาน จินตภาพ และพูดกับตนเอง ต่อความสามารถในการออกกำลังกาย
Contributor จักริน หงษ์คง, ณัฎฐ์ จุลบุตร, ปรัชญา ศรีสะอาด, อนันต์ คำเพิ่มพูล
Publisher Thailand National Sports University
Publication Year 2563
Journal Title Academic Journal of Thailand National Sports University
Journal Vol. 12
Journal No. 3
Page no. 1-12
Keyword ลำดับการฝึก, การฟังดนตรีพื้นบ้านอีสาน, การจินตภาพ, การพูดกับตนเอง, ความสามารถในการออกกำลังกาย
URL Website https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal/index
Website title เว็บไซต์วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ
ISSN Print ISSN : 2673-0952 Online ISSN : 2697-5793
Abstract การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลของการฟังดนตรีพื้นบ้านอีสาน การจินตภาพ และการผสมผสานทั้งสองโปรแกรมที่มีต่อความสามารถในการออกกำลังกาย 2) ศึกษาผลของการฟังดนตรีพื้นบ้านอีสาน การพูดกับตนเอง และการผสมผสานทั้งสองโปรแกรมที่มีต่อความสามารถในการออกกำลังกาย 3) ศึกษาเปรียบเทียบความแตกต่างของระดับความสามารถในการออกกำลังกายระหว่างกลุ่มตัวอย่าง โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักศึกษาชาย ระดับปริญญาตรี ที่มีสุขภาพดี อายุระหว่าง 18 – 22 ปี จำนวน 48 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการวัดชีพจรขณะพัก และทำการทดสอบระยะเวลาในการออกกำลังกายทั้งก่อนและหลังเข้าโปรแกรม จากนั้นแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละ 8 คน โดยจัดลำดับโปรแกรมการฝึกที่ต่างกัน ซึ่งเรียงลำดับจากโปรแกรมเริ่มต้นถึงโปรแกรมสุดท้ายดังนี้ กลุ่มที่ 1 จินตภาพ ฟังดนตรีพื้นบ้านอีสาน และผสมผสาน กลุ่มที่ 2 ฟังดนตรีพื้นบ้านอีสาน ผสมผสาน และจินตภาพ กลุ่มที่ 3 ผสมผสาน จินตภาพ และฟังดนตรีพื้นบ้านอีสาน กลุ่มที่ 4 พูดกับตนเอง ฟังดนตรีพื้นบ้านอีสาน และผสมผสาน กลุ่มที่ 5 ฟังดนตรีพื้นบ้านอีสาน ผสมผสาน และพูดกับตนเอง กลุ่มที่ 6 ผสมผสาน พูดกับตนเอง และฟังดนตรีพื้นบ้านอีสาน ฝึกกลุ่มตัวอย่างวันละ 1 ครั้ง จำนวน 5 วันต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ผลการวิจัยพบว่า เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลและเปรียบเทียบภายในกลุ่ม มีเพียงค่าชีพจรขณะพักของกลุ่มที่ 5 ที่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ค่าระยะเวลาในการปั่นจักรยานวัดงานของกลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 4 และ กลุ่มที่ 6 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และ เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างกลุ่มพบว่า ค่าชีพจรขณะพักของกลุ่มตัวอย่างทั้ง 6 กลุ่ม ก่อนการฝึกไม่มีความแตกต่างกัน และหลังการฝึกไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ค่าระยะเวลาในการปั่นจักรยานวัดงานของกลุ่มตัวอย่างทั้ง 6 กลุ่ม พบว่า ก่อนการฝึกไม่มีความแตกต่างกัน และหลังการฝึกมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยสรุป การฝึกโปรแกรมผสมผสานมีผลทำให้ค่าระยะเวลาในการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลำดับที่แตกต่างกันของการฝึกเป็นสิ่งที่สำคัญ
Thailand National Sports University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ