|
การจำลองผลกระทบทางการเงินหากมีการปรับเปลี่ยนวิธีการเบิกจ่ายค่ายาสำหรับผู้ป่วยนอกในระบบประกันสุขภาพหลัก: กรณีศึกษาโรงพยาบาลทั่วไปแห่งหนึ่ง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | 1. เพ็ญสมร อินทรภักดิ์ 2. กุลจิรา อุดมอักษร |
| Title | การจำลองผลกระทบทางการเงินหากมีการปรับเปลี่ยนวิธีการเบิกจ่ายค่ายาสำหรับผู้ป่วยนอกในระบบประกันสุขภาพหลัก: กรณีศึกษาโรงพยาบาลทั่วไปแห่งหนึ่ง |
| Publisher | คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Journal Title | วารสารเภสัชกรรมไทย |
| Journal Vol. | 10 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 111-119 |
| Keyword | ราคาเบิกจ่ายค่ายา, ผลกระทบทางการเงิน, ระบบประกันสุขภาพ, การเบิกจ่ายค่ายา |
| ISSN | 1906-5574 |
| Abstract | วัตถุประสงค์: เพื่อจำลองผลกระทบทางการเงินต่อผู้จ่ายเงินในระบบและผู้ให้บริการหากมีการใช้เกณฑ์การกำหนดราคาเบิกจ่ายค่ายาที่พัฒนาขึ้น โดยเทียบกับระบบการเบิกจ่ายปัจจุบันกรณีผู้ป่วยนอกในสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และสิทธิประกันสังคม วิธีการ: การศึกษาใช้ข้อมูลการสั่งใช้ยาของผู้ป่วยนอกที่มารับบริการ ณ โรงพยาบาลทั่วไปแห่งหนึ่งระหว่าง 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556 ถึง 30 กันยายน พ.ศ. 2557 หลังจากนั้นวิเคราะห์ผลกระทบทางการเงินโดยการจำลองสถานการณ์หากมีการเปลี่ยนวิธีการเบิกจ่ายค่ายา ตามรูปแบบทางเลือกที่มีการพัฒนาขึ้นและที่มีอยู่แล้ว ได้แก่ รูปแบบ RP-1 (เบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ราคาเบิกจ่ายค่ายาของกรมบัญชีกลาง) รูปแบบ RP-2 (เบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ราคาเบิกจ่ายค่ายาของสำนักงานหลักประกันสุขภาพเขต 13) และรูปแบบ RP-3 (เบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ราคาเบิกจ่ายค่ายาที่พัฒนาโดยสำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย) ผลการวิจัย: รูปแบบ RP-2 ทำให้ผู้จ่ายเงินในระบบประหยัดค่าใช้จ่ายด้านยาได้มากที่สุด โดยที่มูลค่าเบิกจ่ายไม่ต่ำกว่าต้นทุนค่ายาของโรงพยาบาล การเปลี่ยนรูปแบบการเบิกจ่ายค่ายาที่รวมอยู่ในอัตราเหมาจ่ายรายหัวในสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เป็นการเบิกจ่ายตามรายการทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าในกรณีผู้ป่วยนอกที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิกับโรงพยาบาลที่ศึกษา โดยมีเงื่อนไขว่า อัตราการใช้บริการของผู้มีสิทธิต้องไม่สูงกว่าร้อยละ 66 และมีสัดส่วนอัตราเหมาจ่ายรายหัวสำหรับค่ายาไม่น้อยกว่าร้อยละ 68 สรุป: การใช้หลักเกณฑ์การกำหนดราคาเบิกจ่ายค่ายาที่พัฒนาขึ้นเมื่อเทียบกับหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายปัจจุบันในผู้ป่วยสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการจะช่วยให้ผู้จ่ายเงินในระบบสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านยาลงได้ ในขณะที่ผู้ป่วยสิทธิประกันสุขภาพที่มีรูปแบบการเบิกจ่ายแบบเหมาจ่ายรายหัวหรือสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ให้ผลการศึกษาที่แตกต่างกัน ขึ้นกับการกำหนดเพดานการตามจ่ายรายครั้งของการบริการ สัดส่วนผู้เข้ารับบริการ สัดส่วนค่ายาจากอัตราเหมาจ่ายที่ได้รับ ต้นทุนค่ายา และปริมาณการใช้ยาของผู้ป่วย |