|
บทบาทใหม่ของยาโอลาพาริบกับการรักษามะเร็งรังไข่ชนิดเยื่อบุผิว |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | 1. ปิยรัตน์ พิมพ์สี 2. วิชัย สันติมาลีวรกุล |
| Title | บทบาทใหม่ของยาโอลาพาริบกับการรักษามะเร็งรังไข่ชนิดเยื่อบุผิว |
| Publisher | คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Journal Title | วารสารเภสัชกรรมไทย |
| Journal Vol. | 10 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 174-184 |
| Keyword | โอลาปาริบ, โรคมะเร็งรังไข่ชนิดเยื่อบุผิว, ยารักษามาเร็ง, ตัวยับยั้ง PARP |
| URL Website | http://tjpp.pharmacy.psu.ac.th |
| Website title | Thai Journal of Pharmacy Practice |
| ISSN | 1906-5574 |
| Abstract | โรคมะเร็งรังไข่ชนิดเยื่อบุผิวเป็นมะเร็งรังไข่ชนิดหนึ่งที่พบได้มากที่สุด การรักษาโรคนี้ประกอบไปด้วยการผ่าตัดและการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดซึ่งขึ้นอยู่กับระยะของโรค สูตรยาเคมีบำบัดสูตรแรกประกอบด้วยยากลุ่ม platinum เป็นยาหลักร่วมกับยาเคมีบำบัดอื่น ๆ อย่างไรก็ดีผู้ป่วยบางรายอาจล้มเหลวจากการรักษาด้วยยากลุ่มนี้ ยากลุ่ม poly (adenosine diphosphate [ADP]-ribose) polymerase (PARP) inhibitors คือ olaparib ออกฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการซ่อมแซม DNA ของเซลล์มะเร็ง และเหนี่ยวนำกระบวนการอะพอพโทซิสของเซลล์มะเร็งที่เกิดการกลายพันธุ์ของยีน breast cancer type 1 susceptibility protein (BRCA1) หรือ ยีน BRCA2 (BRCA1/2 mutation) ยานี้มีข้อบ่งใช้สำหรับการรักษาผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ชนิดเยื่อบุผิวที่มียีน BRCA ขาดหายไปหรือคาดว่าจะขาดหายไป (BRCA mutation) และล้มเหลวจากการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดมากกว่าหรือเท่ากับ 3 สูตรขึ้นไป ขนาดยาที่ใช้สำหรับ olaparib ชนิดแคปซูล คือ 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง และชนิดเม็ด คือ 300 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง การวิจัยพบว่า ผู้ป่วยตอบสนองต่อการรักษา (objective response rate) คิดเป็นร้อยละ 34 นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ป่วยร้อยละ 23 มีผลตอบสนองเป็น stable disease อย่างน้อยเป็นระยะเวลา 16 สัปดาห์หลังเริ่มการรักษาด้วย olaparib แบบยาเดี่ยว olaparib ถูกเมแทบอลิซึมโดยเอนไซม์ cytochrome P450 (CYP450) จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ olaparib ร่วมกับยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งหรือกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ CYP3A4/5 เช่น itraconazole และ rifampicin การศึกษาในอดีตพบรายงานอาการอันไม่พึงประสงค์ในผู้ป่วยที่ใช้ olaparib ในระดับน้อยถึงปานกลาง โดยมีอาการชั่วคราวและสามารถแก้ไขได้ ได้แก่ คลื่นไส้ (ร้อยละ 71) อ่อนเพลีย (ร้อยละ 52) อาเจียน (ร้อยละ 34) ท้องเสีย (ร้อยละ 27) ปวดท้อง (ร้อยละ 25) และโลหิตจาง (ร้อยละ 21) อาการดังกล่าวมักจะพบในช่วงหนึ่งเดือนแรกหลังเริ่มใช้ olaparib สำหรับอาการไม่พึงประสงค์ระดับรุนแรงนั้นได้แก่ myelodysplastic syndrome และ acute myeloid leukemia |