|
อิทธิพลของการเกิดอันตรกริยาระหว่างยาระดับที่ 2 ต่อความผันแปรภายในบุคคลของระดับยา tacrolimus ในเลือดในผู้ป่วยปลูกถ่ายไตชาวไทย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | 1. พิมพรรณ ลาภเจริญ 2. สมฤทัย วัชราวิวัฒน์ |
| Title | อิทธิพลของการเกิดอันตรกริยาระหว่างยาระดับที่ 2 ต่อความผันแปรภายในบุคคลของระดับยา tacrolimus ในเลือดในผู้ป่วยปลูกถ่ายไตชาวไทย |
| Publisher | คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ |
| Publication Year | 2560 |
| Journal Title | วารสารเภสัชกรรมไทย |
| Journal Vol. | 9 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 27-38 |
| Keyword | การปลูกถ่ายไต, ความผันแปรภายในบุคคล, เภสัชจลนศาสตร์, อันตรกริยาระหว่างยา ,ทาโครลิมุส |
| ISSN | 1906-5574 |
| Abstract | วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบความผันแปรภายในบุคคลของระดับยา tacrolimus ระหว่างกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ได้รับ และได้รับยาที่เกิดอันตรกริยากับ tacrolimus ที่มีนัยสำคัญทางคลินิกระดับที่ 2 (Sig. 2 DI) ในช่วง 3-12 เดือน หลังการปลูกถ่ายไต วิธีการ: รวบรวมข้อมูลย้อนหลังของผู้ป่วยชาวไทยที่ปลูกถ่ายไตที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยตั้งแต่เดือน มกราคม พ.ศ. 2554 ถึง กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ที่ได้รับ tacrolimus เพื่อป้องกันปฏิกิริยาปฏิเสธไต และคำนวณหาค่าร้อยละของสัมประสิทธิ์ของความผันแปร (coefficient of variation, CV%) ของความเข้มข้นของ tacrolimus ในเลือดต่อขนาดที่ได้รับ (C0/dose) ของผู้ป่วยแต่ละรายจากผลการตรวจเลือดในคลินิกปฏิบัติ ผลการวิจัย: จากข้อมูลของผู้ป่วยปลูกถ่ายไตที่อยู่สภาวะคงที่ 125 ราย ซึ่งมีมัธยฐาน (IQR) ของจำนวน C0 ที่นำมาคำนวณค่า CV% ของผู้ป่วยแต่ละรายเท่ากับ 7 (6-10) ตัวอย่าง ค่ามัธยฐาน (IQR) CV% ของ C0/dose ของผู้ป่วยทั้งหมดเท่ากับร้อยละ 22.62 (17.38-30.08) มีผู้ป่วยที่ได้รับยาที่มี Sig. 2 DI เท่ากับ 57 ราย (ร้อยละ 45.3) ค่ามัธยฐาน (IQR) CV% ของ C0/dose ของผู้ป่วยที่ไม่ได้รับยาและได้รับยาที่มี Sig.2 DI เท่ากับร้อยละ 20.62 (16.52-27.53) และ 23.95 (19.72-31.23) ตามลำดับ (p = 0.022) ยาที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Sig. 2 DI ที่มีการใช้ร่วมกับ tacrolimus บ่อยที่สุดคือ omeprazole (50 ราย, ร้อยละ 40) สรุป: CV% ของ C0/dose ของ tacrolimus ในช่วง 3-12 เดือน หลังการปลูกถ่ายไตของผู้ป่วยที่ได้รับยาในกลุ่ม Sig. 2 DI สูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับยาเหล่านี้อย่างมีนัยสำคัญ จึงควรพิจารณาเลือกใช้ยาในกลุ่ม Sig. 2 DI และติดตามระดับยาในเลือดอย่างเหมาะสม |