|
การสำรวจสเตียรอยด์ในยาชุดและยาสมุนไพรในตำบลบ้านโสก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | 1. อรอนงค์ โสดา 2. มนตรา ศรีษะแย้ม 3. อรรถพล รอดแก้ว 4. จิตศิริน ลายลักษณ์ 5. ศศิภาวรรณ มาชะนา |
| Title | การสำรวจสเตียรอยด์ในยาชุดและยาสมุนไพรในตำบลบ้านโสก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ |
| Publisher | คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ |
| Publication Year | 2560 |
| Journal Title | วารสารเภสัชกรรมไทย |
| Journal Vol. | 9 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 216-224 |
| Keyword | สเตียรอยด์, ยาชุด, ยาสมุนไพร, เพรดนิโซโลน, เด็กซ่าเมทธาโซน, การคุ้มครองผู้บริโภค |
| ISSN | 1906-5574 |
| Abstract | วัตถุประสงค์: เพื่อสำรวจสเตียรอยด์ที่ปลอมปนในยาชุดและยาสมุนไพรในตำบลบ้านโสก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมทั้งศึกษาข้อมูลทั่วไปของผู้ใช้ยาดังกล่าว วิธีการ: การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวางในตัวอย่าง 286 ครัวเรือน ในการสำรวจสามารถเก็บตัวอย่างยาได้ 105 ตัวอย่างจาก 85 ครัวเรือน ยาที่สำรวจได้เป็นยาที่แตกต่างกัน 41 ชนิด ผู้วิจัยเลือกตัวแทนยาที่มีสรรพคุณและลักษณะเหมือนกันทุกประการมาชนิดละ 1 ตัวอย่างแบบสุ่ม ตัวอย่างยาทั้งหมด 41 ชนิดแบ่งเป็นยาชุด 20 ตัวอย่างและยาสมุนไพร 21 ตัวอย่าง การวิจัยทดสอบการปลอมปนสเตียรอยด์โดยใช้ชุดทดสอบสเตียรอยด์ชนิดอิมมูโนโครมาโตกราฟีของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และใช้ High performance liquid chromatography (HPLC) ในการวิเคราะห์ชนิดของสเตียรอยด์ การศึกษาใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลทั่วไปของผู้ใช้ยา 100 คนในเรื่องข้อมูลทั่วไปและอันตรายเกี่ยวกับยาที่มีสารสเตียรอยด์ผสมอยู่ ผลการวิจัย: ยาชุด 5 ตัวอย่างมีสเตียรอยด์ปลอมปนคิดเป็นร้อยละ 12.20 ของตัวอย่างยาชุดและยาจากสมุนไพร 41 ตัวอย่างที่นำมาทดสอบ และคิดเป็นร้อยละ 25.00 ของยาชุดทั้งหมด 20 รายกรที่นำมาทดสอบ ยาชุดที่พบสเตียรอยด์มีสรรพคุณเป็นยาแก้ปวดเมื่อยทุกตัวอย่าง การศึกษาไม่พบการปลอมปนของสเตียรอยด์ในยาสมุนไพร ผู้ใช้ยา 105 ตัวอย่างจำนวน 100 รายมีอายุอยู่ระหว่าง 30-59 ปี (ร้อยละ 61.00) ประกอบอาชีพเกษตรกร (ร้อยละ 55.00) มีรายได้ต่อปีอยู่ระหว่าง 50,000150,000 บาท (ร้อยละ 41.00) ผู้ใช้ยาไม่ทราบโทษและอันตรายจากการใช้ยาที่มีสเตียรอยด์ปลอมปน (ร้อยละ 96.00) และซื้อยามาใช้จากร้านขายของชำ (ร้อยละ 60.00) สรุป: การปลอมปนสเตียรอยด์ในยาชุดซึ่งประชาชนใช้ยังคงเป็นปัญหาที่พบในพื้นที่วิจัย ดังนั้นการป้องกันและควบคุมยังคงมีความสำคัญและจำเป็นเพื่อจัดการกับปัญหานี้ |