|
ถอดบทเรียนกระบวนการพัฒนาชมรมคุ้มครองผู้บริโภคตำบลตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | 1. กริช ก้อนทอง 2. ยุภาพรรณ มันกระโทก |
| Title | ถอดบทเรียนกระบวนการพัฒนาชมรมคุ้มครองผู้บริโภคตำบลตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท |
| Publisher | คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ |
| Publication Year | 2558 |
| Journal Title | วารสารเภสัชกรรมไทย |
| Journal Vol. | 7 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 259-268 |
| Keyword | ชมรมคุ้มครองผู้บริโภค, การคุ้มครองผู้บริโภค, การมีส่วนร่วมของชุมชน, เภสัชสาธารณสุข |
| ISSN | 1906-5574 |
| Abstract | วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาพัฒนาการและปัจจัยแห่งความสำเร็จของชมรมคุ้มครองผู้บริโภคตำบลตลุก อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท วิธีการ: การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง จัดการสนทนากลุ่มและสัมภาษณ์เชิงลึกในกลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ แกนนำชมรมฯ สมาชิกชมรมฯ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชมรมฯ การถอดบทเรียนทำโดยการวิเคราะห์เนื้อหาจากข้อมูลที่รวบรวมได้ ผลการวิจัย: ชมรมฯ ก่อตั้งปี พ.ศ. 2555 ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขโดยสำนักงานสาธารณสุขอำเภอสรรพยา มีสมาชิกเริ่มแรก 10 คน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และผู้แทนประชาชน ในปี 2557 สมาชิกเพิ่มเป็น 54 คน ครอบคลุมสมาชิกจากเทศบาลตำบลตลุก ผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการ และปราชญ์ชาวบ้าน กิจกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่จัดเน้นตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข สมาชิกมีบทบาทร่วมคิด ร่วมทำ และหาแหล่งงบประมาณ แต่ไม่พบการกำหนดเป้าหมายความสำเร็จเชิงรูปธรรมที่ชัดเจน ผลงานสำคัญคือ การแก้ไขปัญหาสารเคมีปนเปื้อนในอาหาร การแจ้งเบาะแสร้องเรียนการจัดฟันแฟชั่นเถื่อนและการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เกินจริง และการจัดตั้งแผงจำหน่ายผักและข้าวปลอดสารพิษ ผลการดำเนินงานทำให้ชมรมฯ ได้รับรางวัลมากมายในระดับภูมิภาค ปัจจัยแห่งความสำเร็จ คือ แกนนำชมรมฯ มีทักษะในการทำงานชุมชน การได้รับการการสนับสนุนงบประมาณจากเทศบาลและกองทุนสุขภาพตำบล การมีสมาชิกที่มาจากหลายภาคส่วน และการมีภาครัฐเป็นที่ปรึกษา สรุป: แม้ชมรมฯ จะกำเนิดจากนโยบายภาครัฐ แต่พัฒนาการของชมรมฯ ได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชน ผู้เกี่ยวข้องควรพัฒนาศักยภาพชมรมฯ ให้เป็นองค์กรภาคประชาชนที่เข้มแข็ง ซึ่งมีอิสระในการกำหนดนโยบายและเป้าหมายการดำเนินงานของชมรมฯ ที่เป็นรูปธรรม ภาครัฐต้องปรับบทบาทเป็นที่ปรึกษา และผู้ให้การสนับสนุนทางด้านวิชาการและทรัพยากรตามความเหมาะสม |