|
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อดำเนินคดีด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ: กรณีศึกษาสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ลักขณา วงศ์เสาร์ |
| Title | การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อดำเนินคดีด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ: กรณีศึกษาสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี |
| Publisher | คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ |
| Publication Year | 2558 |
| Journal Title | วารสารเภสัชกรรมไทย |
| Journal Vol. | 7 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 12 |
| Keyword | การดำเนินคดี ,การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ, กฎหมายผลิตภัณฑ์สุขภาพ |
| ISSN | 1906-5574 |
| Abstract | วัตถุประสงค์: เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินคดีด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพระหว่างผู้เชี่ยวชาญ โดยใช้คดีของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรีเป็นกรณีศึกษา วิธีการ: ผู้วิจัยจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญ 21 คน โดยการจัดอภิปรายรวม 7 ครั้ง ผู้เชี่ยวชาญร่วมกันอภิปรายกรณีศึกษาที่เป็นการดำเนินคดีตามข้อร้องเรียน 3 คดีที่มีผู้ถูกกล่าวหาเป็นบุคคลเดียวกัน พฤติการณ์การกระทำผิด และของกลางลักษณะเดียวกัน คดีเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาว่าสามารถบำบัด บรรเทา และรักษาโรคได้ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนตำรับเป็นยาจากกระทรวงสาธารณสุข วัตถุของกลางในคดีแรกนั้นตรวจวิเคราะห์ไม่พบตัวยาแผนปัจจุบัน ทำให้อัยการยังไม่มีความเห็นทางคดีในการดำเนินคดีในข้อหานี้ ผลการวิจัย: ผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถูกนำมาสร้างแนวทางการวินิจฉัยประเภทผลิตภัณฑ์ (ของกลาง) ตามกฎหมาย การวินิจฉัยต้องถือว่า ของกลางเป็นผลิตภัณฑ์ตามประเภทที่ผลิตภัณฑ์นั้นได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ให้พิจารณาประเภทของผลิตภัณฑ์ตามความมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ในการใช้ ดังนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่จึงสามารถวินิจฉัยของกลางซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนตำรับเป็นยา ว่าเป็นยาจากความมุ่งหมายในการใช้รักษาโรคหรือให้เกิดผลแก่สุขภาพ ถึงแม้ว่าโดยสภาพจะเป็นอาหารเนื่องจากผลวิเคราะห์ไม่พบยาแผนปัจจุบันหรือยาแผนโบราณ นอกจากนี้ ยังสามารถวินิจฉัยของกลางซึ่งได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนตำรับเป็นอาหาร ว่าเป็นอาหารถึงแม้ว่าจะมีความมุ่งหมายในการใช้รักษาโรคก็ตาม ภายหลังจากวินิจฉัยได้แล้วว่า ของกลางใดเป็นยาหรืออาหาร จึงได้มีการตั้งข้อกล่าวหาที่ครบองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 และพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ได้แก่ ขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา โฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต โฆษณาขายยาโดยแสดงสรรพคุณยาว่าสามารถบำบัด บรรเทา รักษาโรคหรืออาการของโรคที่รัฐมนตรีประกาศห้ามโฆษณา และจำหน่ายอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้องโดยมีข้อความเป็นเท็จ หรือหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควรหรือทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ นอกจากนี้ ยังพบว่า ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานในการบังคับใช้กฎหมาย เกิดจาก 2 ปัจจัย ปัจจัยแรกเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติซึ่งขาดความรู้และความชำนาญในการดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับกฎหมายผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทำให้มีปัญหาในการวินิจฉัยของกลาง การตั้งข้อหา และการมีความเห็นทางคดี ปัจจัยที่สองเกี่ยวกับความล่าช้าในการดำเนินงานของหน่วยงานตรวจพิสูจน์และให้ความเห็นเกี่ยวกับของกลาง สรุป: ควรมีการจัดการเรียนรู้แลกเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอในเรื่องการดำเนินงานบังคับใช้กฎหมายผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตลอดจนเผยแพร่ความรู้ที่ได้แก่ผู้ปฏิบัติงานในสาขา |