|
การพัฒนาแบบวัดความไวต่อประเด็นจริยธรรมสำหรับนักศึกษาเภสัชศาสตร์ ตอนที่ 1: การพัฒนากรณีศึกษาและวิธีการวัด |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สงวน ลือเกียรติบัณฑิต |
| Title | การพัฒนาแบบวัดความไวต่อประเด็นจริยธรรมสำหรับนักศึกษาเภสัชศาสตร์ ตอนที่ 1: การพัฒนากรณีศึกษาและวิธีการวัด |
| Publisher | คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ |
| Publication Year | 2553 |
| Journal Title | วารสารเภสัชกรรมไทย |
| Journal Vol. | 2 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 90-105 |
| Keyword | ความไวทางจริยธรรม, เภสัชศาสตร์ศึกษา, เภสัชจริยศาสตร์, จริยธรรมวิชาชีพ |
| ISSN | 1906-5574 |
| Abstract | วัตถุประสงค์ : พัฒนากรณีศึกษาที่ใช้วัดความไวต่อประเด็นจริยธรรมสำหรับนักศึกษาเภสัชศาสตร์ และมุ่งพัฒนาวิธีการ ใช้แบบประเมินดังกล่าว วิธีการ : การศึกษานี้แบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกเป็นการพัฒนากรณีศึกษาสี่กรณีที่ซ่อนประเด็นจริยธรรมไว้ 14 ประเด็น ประเด็นเหล่านี้ถูกกล่าวถึงในจดหมายข่าววิชาชีพและทางสื่อต่าง ๆ การทดสอบขั้นต้นทำโดยสัมภาษณ์นักศึกษา เภสัชศาสตร์ 20 คนหลังจากอ่านกรณีศึกษาว่า นักศึกษาเห็นว่ามีประเด็นใดบ้างที่มีความสำคัญต่อการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม โดยไม่บอกว่าเป็นการทดสอบเกี่ยวกับเรื่องจริยธรรม นอกจากนี้ กรณีศึกษายังผ่านการตรวจสอบจากอาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ 4 คนและเภสัชกรชุมชน 4 คน ในช่วงที่สองของการศึกษา ผู้วิจัยเปรียบเทียบการใช้แบบวัดในรูปแบบการสัมภาษณ์และในรูปของแบบสอบถามชนิดตอบเอง โดยสุ่มแยกนักศึกษาเภสัชศาสตร์ 50 คนเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกใช้การสัมภาษณ์ อีกกลุ่มใช้แบบวัดในรูปของแบบสอบถาม ตัวอย่างอ่านกรณีศึกษาที่หนึ่งและสอง และตอบว่ามีประเด็นใดที่ตนเองคิดว่ามีความสำคัญต่อการประกอบวิชาชีพในกรณีศึกษา หากนักศึกษาตอบในประเด็นจริยธรรมที่ซ่อนไว้ก็จะได้คะแนนตามจำนวนประเด็นที่ตอบ การวิจัยนี้ใช้ผู้สัมภาษณ์lทั้งหมดสามท่านที่ผ่านการอบรมวิธีการสัมภาษณ์ ผลการวิจัย : กรณีศึกษาที่พัฒนาขึ้นมีคุณสมบัติตามต้องการ ผลการประเมินโดยอาจารย์ พบว่า ประเด็นที่ซ่อนไว้มีความสำคัญระดับปานกลางถึงมากตามที่ตั้งใจไว้ แบบวัดนี้ต้องใช้โดยการสัมภาษณ์ โดยไม่ควรใช้ในรูปของแบบสอบถามที่ตัวอย่างต้องเขียนตอบ เพราะการเขียนตอบเป็นภาระแก่ผู้ตอบอย่างมาก ทำให้ไม่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ คำตอบจากแบบสอบถามเกือบทุกฉบับจะคลุมเครือ-ไม่ชัดเจน ทำให้ไม่อาจประเมินได้ว่าตัวอย่างเห็นประเด็นทางจริยธรรมหรือไม่ นอกจากนี้ คะแนนจากการสัมภาษณ์ (3.24+1.13 จากคะแนนเต็ม 6) ยังสูงกว่าคะแนนจากแบบสอบถามอย่างมาก (1.88+1.29) สรุป : การศึกษานี้ทำให้ได้กรณีศึกษาที่มีความเหมาะสม ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาในขั้นต่อไปเพื่อวัดความไวต่อประเด็นจริยธรรมสำหรับนักศึกษาเภสัชศาสตร์ แบบวัดที่ได้ต้องใช้การสัมภาษณ์ในการประเมิน |