|
เภสัชจลนศาสตร์ประชากรของยาฟีโนบาร์บิทาลในผู้ป่วยโรคลมชัก ณ สถาบันประสาทวิทยา POPULATION PHARMACOKINETICS OF PHENOBARBITAL IN EPILEPTIC PATIENTS AT PRASAT NEUROLOGICAL INSTITUTE |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | 1. อัญชลี อรรถอินทรีย์ 2. ธิติมา วัฒนวิจิตรกุล และ สมชาย โตวณะบุตร |
| Title | เภสัชจลนศาสตร์ประชากรของยาฟีโนบาร์บิทาลในผู้ป่วยโรคลมชัก ณ สถาบันประสาทวิทยา POPULATION PHARMACOKINETICS OF PHENOBARBITAL IN EPILEPTIC PATIENTS AT PRASAT NEUROLOGICAL INSTITUTE |
| Publisher | คณะเภสัชศาสตร์ ม.ศิลปากร/โรงพิมพ์ ม.ศิลปากร |
| Publication Year | 2557 |
| Journal Title | ไทยไภษัชยนิพนธ์ Thai Bulletin of Pharmaceutical Science (TBPS) |
| Journal Vol. | 9 |
| Journal No. | 1 (Jan-June 2014 ) |
| Page no. | 1-13 |
| Keyword | โรคลมชัก, ฟีโนบาร์บิทาล, เภสัชจลนศาสตร์ประชากร,epilepsy, Phenobarbital, population pharmacokinetics, nonlinear mixed-effects modeling |
| ISSN | 1686-9540 |
| Abstract | ฟีโนบาร์บิทาลเป็นยากันชักที่มีการใช้บ่อยในประเทศที่กำลังพัฒนา แต่มีช่วงการรักษาแคบ และมีความผันแปรระหว่างบุคคลสูง ดังนั้นการตรวจวัดระดับความเข้มข้นของยาในเลือด การหาค่าพารามิเตอร์ทางเภสัชจลนศาสตร์และการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความผันแปรระหว่างบุคคลในกลุ่มประชากรที่เฉพาะเจาะจง จึงเป็นประโยชน์ในการกำหนดขนาดยาเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อผู้ป่วย การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างแบบจำลองทางเภสัชจลนศาสตร์ประชากรที่ใช้ประมาณค่าพารามิเตอร์ทางเภสัชจลนศาสตร์ และหาปัจจัยที่มีผลต่อค่าพารามิเตอร์ทางเภสัชจลนศาสตร์ของฟีโนบาร์บิทาลในผู้ป่วยโรคลมชัก วิเคราะห์ข้อมูลระดับความเข้มข้นของยาฟีโนบาร์บิทาลในเลือด 265 ตัวอย่าง จากผู้ป่วยโรคลมชักจำนวน 164 ราย ที่ได้รับฟีโนบาร์บิทาล และเข้ารับการรักษาในแผนกผู้ป่วยนอกประสาทวิทยา สถาบันประสาทวิทยา สร้างแบบจำลองโดยใช้ nonlinear mixed-effects modeling ด้วยวิธี first-order conditional estimation method with interaction (FOCEI) ใช้แบบจำลองที่มีลักษณะทางเภสัชจลนศาสตร์แบบหนึ่งห้อง มีการดูดซึมและกำจัดยาแปรผันตรงกับความเข้มข้นของยา เพื่อวิเคราะห์หาค่าพารามิเตอร์ทางเภสัชจลนศาสตร์ ร่วมกับหาปัจจัยที่มีผลต่อค่าพารามิเตอร์จากวิธี stepwise forward addition และ stepwise backward elimination อธิบายความผันแปรระหว่างบุคคล (interindividual variability, IIV) และความผันแปรจากสาเหตุอื่น (residual unexplained variability, RUV) โดยใช้ proportional model และทดสอบความถูกต้องของแบบจำลองด้วยวิธี bootstrap จากการสุ่มตัวอย่างทั้งหมด 1,000 กลุ่ม ผลการวิจัยพบว่าแบบจำลองที่เหมาะสมมีอัตราการกำจัดยาเท่ากับ 0.224 ลิตรต่อชั่วโมง ปริมาตรการกระจายยา เท่ากับ 23.0 ลิตร และค่าคงที่อัตราการดูดซึมยาเท่ากับ 1.33 ต่อชั่วโมง ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการกำจัดยาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ น้ำหนักตัว (body weight, BW) และการใช้วัลโปรอิกแอซิด (valproic acid, VPA) ร่วมโดย CL/F (ลิตรต่อชั่วโมง) = 0.2240 x (1 + 0.0105 x (BW - 57)) x (1 |