|
ผลของการเปลี่ยนสูตรยาต้านไวรัสเอชไอวีจาก ACRIPTEGA (TLD) เป็น KOCITAF ต่อการฟื้นฟูการทำงานของไตในผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีที่มีภาวะไตวายเฉียบพลัน: การวิจัยเชิงสังเกตแบบติดตามไปข้างหน้า ณ โรงพยาบาลท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | พรเทพ เดชผล |
| Title | ผลของการเปลี่ยนสูตรยาต้านไวรัสเอชไอวีจาก ACRIPTEGA (TLD) เป็น KOCITAF ต่อการฟื้นฟูการทำงานของไตในผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีที่มีภาวะไตวายเฉียบพลัน: การวิจัยเชิงสังเกตแบบติดตามไปข้างหน้า ณ โรงพยาบาลท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช |
| Publisher | กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารโรคเอดส์ |
| Journal Vol. | 38 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 161-173 |
| Keyword | เอชไอวี, ยาสูตร KOCITAF, ยาสูตร TLD, การทำงานของไต, ยาสูตร tenofovir alafenamide, ภาวะไตวายเฉียบพลัน |
| URL Website | https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThaiAIDSJournal |
| Website title | วารสารโรคเอดส์ |
| ISSN | 2985-0371 |
| Abstract | การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการเปลี่ยนสูตรยาต้านไวรัสจาก ACRIPTEGA (tenofovir disoproxil fumarate, lamivudine, dolutegravir; TLD) เป็น KOCITAF (tenofovir alafenamide fumarate, emtricitabine, dolutegravir) ต่อการฟื้นฟูการทำงานของไตในผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีที่มีภาวะไตเสื่อมเฉียบพลัน โดยเป็นการวิจัยเชิงสังเกตแบบติดตามไปข้างหน้า ณ โรงพยาบาลท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างเดือนมิถุนายน 2567 ถึง พฤษภาคม 2568 จากการทบทวนเวชระเบียนผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี จำนวน 520 ราย โดยคัดเลือกผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีเชื้อชาติไทยอายุ ≥18 ปี ที่ได้รับ TLD อย่างน้อย 6 เดือน และมีการทำงานของไตลดลงตามเกณฑ์ (eGFR <60 mL/min/1.73 m² หรือ serum creatinine >1.2 mg/dL) พบผู้เข้าเกณฑ์และได้รับการเปลี่ยนเป็น KOCITAF พร้อมติดตามผลจำนวน 65 ราย ประเมินค่า eGFR และ serum creatinine ก่อนเปลี่ยนยา (baseline) และหลังเปลี่ยนที่เดือนที่ 1, 3 และ 6 วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงด้วย repeated-measures ANOVA และวิเคราะห์ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการฟื้นฟูการทำงานของไตด้วย multivariate logistic regression ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 65 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศชายร้อยละ 63.11 อายุเฉลี่ย 54.08±11.08 ปี ก่อนเปลี่ยนสูตรยา ค่า eGFR เฉลี่ยเท่ากับ 48.32±11.35 mL/min/1.73 m² และค่า serum creatinine เฉลี่ยเท่ากับ 1.58±0.79 mg/dL หลังเปลี่ยนเป็น KOCITAF พบว่า eGFR เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเป็น 58.21±18.93 mL/min/1.73 m² และค่า creatinine ลดลงเป็น 1.32±0.37 mg/dL ภายใน 6 เดือน (p<0.05) โดยการเปรียบเทียบรายคู่พบว่า eGFR เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับช่วงใช้ TLD ในทุกช่วงหลังเปลี่ยนยา (เดือนที่ 1, 3 และ 6) ขณะที่การเปรียบเทียบระหว่างเดือนที่ 1, 3 และ 6 ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ค่า CD4 เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 631.98±464.45 เป็น 960.28±304.36 cells/µL สะท้อนว่า การเปลี่ยนสูตรยาไม่ลดทอนประสิทธิภาพด้านภูมิคุ้มกัน ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการฟื้นฟูการทำงานของไตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ eGFR ก่อนเปลี่ยน >70 mL/min/1.73 m² การใช้ TLD ≤24 เดือน ไม่เคยได้รับยาต้านไวรัสที่มี TDF ในสูตรมาก่อนเริ่มยาต้านไวรัสสูตรผสม TLD และน้ำหนักไม่ลด >3 กิโลกรัม (p<0.05) สรุปได้ว่าการเปลี่ยนสูตรยาจาก TLD เป็น KOCITAF ช่วยฟื้นฟูการทำงานของไตโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพทางภูมิคุ้มกัน และสนับสนุนการใช้ TAF แทน TDF ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทางไต |