|
การประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งจากการรับสัมผัสฟอร์มัลดีไฮด์ทางการหายใจของเจ้าหน้าที่ผ่าและรักษาศพ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | 1. วรกมล บุณยโยธิน 2. วันทนี พันธุ์ประสิทธิ์ 3. ทัศน์พงษ์ ตันติปัญจพร |
| Title | การประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งจากการรับสัมผัสฟอร์มัลดีไฮด์ทางการหายใจของเจ้าหน้าที่ผ่าและรักษาศพ |
| Publisher | กรมแพทย์ทหารบก |
| Publication Year | 2561 |
| Journal Title | เวชสารแพทย์ทหารบก |
| Journal Vol. | 71 |
| Journal No. | ฉบับที่ 1 มกราคม-มีนาคม |
| Page no. | 39-49 |
| Keyword | การประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง, ฟอร์มัลดีไฮด์, เจ้าหน้าที่ผ่าและรักษาศพ |
| URL Website | http://www.rtamedj.pmk.ac.th;https://www.tci-thaijo.org/index.php/rtamedj |
| Website title | เวชสารแพทย์ทหารบก Royal Thai Army Medical Journal |
| ISSN | 0125-7722 |
| Abstract | บทนำ เจ้าหน้าที่ผ่าและรักษาศพ เป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงต่อการรับสัมผัสสารฟอร์มัลดีไฮด์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้ วัตถุประสงค์ ของการศึกษานี้ ทำเพื่อประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งจากการสัมผัสสารฟอร์มัลดีไฮด์ของเจ้าหน้าที่ผ่าและรักษาศพ วิธีการ ประกอบด้วย 1) การตรวจวัดการรับสัมผัสฟอร์มัลดีไฮด์ที่ระดับหายใจของเจ้าหน้าที่ด้วยอุปกรณ์เก็บตัวอย่างอากาศแบบติดตัวบุคคล ตลอดระยะเวลาการทำงาน และวิเคราะห์ปริมาณสารด้วยเทคนิคไฮด์เพอร์ฟอร์แมนซ์ ลิควิดโครมาโตกราฟฟี ตามวิธีมาตรฐาน NIOSH Manual of Analytical Method number 2016 และ 2) เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลลักษณะการทำงาน ด้วยแบบสอบถาม จากนั้นประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตามแนวทางของ United States Environmental Protection Agency (U.S. EPA) ผลการวิจัย ปริมาณการรับสัมผัสฟอร์มัลดีไฮด์ทางการหายใจเฉลี่ยของเจ้าหน้าที่ เท่ากับ 0.034 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (0.002-0.200 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ค่าเฉลี่ยความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปัจจุบัน เท่ากับ 1.97 x 10-4 และหากทำงานในหน้าที่นี้จนเกษียณ ค่าเฉลี่ยความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง เท่ากับ 5.04 x 10-4 ซึ่งอยู่ในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้ ตามมาตรฐาน U.S.EPA สรุป เพื่อลดความเสี่ยงต่อผลกระทบทางสุขภาพของเจ้าหน้าที่ผ่าและรักษาศพ จึงควรมีมาตรการป้องกัน อาทิ จัดให้มีการระบายอากาศที่เหมาะสม ปรับปรุงขั้นตอนการทำงานเพื่อลดระดับการรับสัมผัสสาร รวมถึงการใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เหมาะสมระหว่างปฏิบัติงานกับสารฟอร์มัลดีไฮด์ |