|
การจัดการสารเคมีและของเสียอันตรายในห้องปฏิบัติการวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ปิติพร มโนคุ้น |
| Title | การจัดการสารเคมีและของเสียอันตรายในห้องปฏิบัติการวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ |
| Contributor | ภัทรมาศ เทียมเงิน |
| Publisher | สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี |
| Publication Year | 2563 |
| Journal Title | วารสารวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี |
| Journal Vol. | 19 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 95-104 |
| Keyword | สารเคมี, ของเสียอันตราย, การจัดการ, ห้องปฏิบัติการ |
| URL Website | https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/rmutt-journal/index |
| Website title | https://www.tci-thaijo.org |
| ISSN | 2651-2289 |
| Abstract | การใช้สารเคมีในการเรียน การทดลองและวิจัยทำให้เกิดสารเคมีเหลือทิ้งหรือปนเปื้อนที่เรียกว่า ของเสียเคมี อาจอยู่ในรูปของของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ ของเสียเหล่านี้หากไม่ได้จัดการอย่างถูกวิธีอาจเกิดผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์และปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อมได้ การจัดทำโครงงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อจัดทำระบบการจัดการสารเคมีและของเสียอันตรายจากห้องปฏิบัติการวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและประเมินผลความรู้นักศึกษาสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 3 ด้าน คือ การจัดการสารเคมีในห้องปฏิบัติการ ด้านการจัดการของเสียอันตราย การหาแนวทางป้องกันอันตรายอันเกิดจากห้องปฏิบัติการ ผลการศึกษาการจัดเก็บสารเคมีโดยใช้หลักจีเอชเอส สามารถจำแนกสารเคมีตามความเป็นอันตรายออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านกายภาพ 2. ด้านสุขภาพ และ 3. ด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการของเสียเคมี สามารถแบ่งประเภทของเสียได้เป็น 2 ประเภท คือ 1. ของเสียอันตรายชนิดของเหลว 2. ของเสียอันตรายชนิดของแข็ง โดยจัดเตรียมภาชนะรองรับแยกตามประเภทเพื่อรวบรวมส่งกำจัดอย่างถูกวิธี แนวทางการป้องอันตรายในห้องปฏิบัติการ ผู้ศึกษาจัดทำป้ายให้ความรู้และวิดีโอเกี่ยวกับประเภทความเป็นอันตราย ประเภทของเสียเคมีและวิธีการป้องกันอันตรายในการใช้ห้องปฏิบัติการ ทำการประเมินความรู้ ความเข้าใจของนักศึกษาจำนวน 48 คน แบ่งการทดสอบเป็น 3 ด้าน ดังนี้ 1. การจัดเก็บสารเคมีในห้องปฏิบัติการ จากผลการทดสอบนักศึกษามีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 36 2. การจัดการของเสียในห้องปฏิบัติการ จากผลการทดสอบนักศึกษามีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.5 และ 3. การป้องกันอันตรายในห้องปฏิบัติการ จากผลการทดสอบนักศึกษามีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.9 ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักศึกษามีความเข้าใจในการใช้ห้องปฏิบัติการอย่างถูกต้องและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น |