การพัฒนาขั้วไฟฟ้าแอโนดทังสเตนออกไซด์ร่วมบิสมัทวานาเดตสำหรับกำจัดสีย้อมด้วยเทคนิคโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก
รหัสดีโอไอ
Creator ฟารุจน์ สุภนันทิน
Title การพัฒนาขั้วไฟฟ้าแอโนดทังสเตนออกไซด์ร่วมบิสมัทวานาเดตสำหรับกำจัดสีย้อมด้วยเทคนิคโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก
Contributor ฉัตรชัย พลเชี่ยว
Publisher สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Publication Year 2563
Journal Title วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Journal Vol. 19
Journal No. 1
Page no. 16-26
Keyword โฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก, ทังสเตนออกไซด์, บิสมัทวานาเดต, การตรึงด้วยวิธีเคมีไฟฟ้า, การกำจัดสีย้อม
URL Website https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/rmutt-journal/index
Website title https://www.tci-thaijo.org
ISSN 2651-2289
Abstract เทคนิคโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติกได้รับการพัฒนาเพื่อการกำจัดสารอินทรีย์ที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมกันอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะการพัฒนาการเตรียมฟิล์มสารกึ่งตัวนำบนผิวหน้าขั้วไฟฟ้า งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักคือการพัฒนาการเตรียมฟิล์มบาง WO3/BiVO4 บนผิวหน้ากระจกนำไฟฟ้า (ITO) เพื่อประยุกต์ใช้ในเซลล์โฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติกสำหรับการกำจัดสารอินทรีย์สีย้อม ได้พัฒนาการเตรียมฟิล์ม WO3 ลงบนตัวรองรับ ITO ด้วยเทคนิคเคมีไฟฟ้าจากนั้นนำไปเผาที่อุณหภูมิ 500 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 30 นาที ทำการตรึงฟิล์มบางชั้นที่สองของ BiVO4 ลงบนผิวหน้า ITO/WO3 ด้วยเทคนิคการจุ่มเคลือบ แล้วนำไปเผาที่อุณหภูมิ 550 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 1ชั่วโมง ได้นำขั้วไฟฟ้า ITO/WO3/BiVO4 ที่เตรียมได้ไปทดสอบสมบัติเชิงแสง สมบัติความต้านทานเชิงเคมีไฟฟ้าสำหรับการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันในสารละลายน้ำ และประยุกต์ใช้กับการกำจัดสารอินทรีย์สีย้อมเมทิลีนบลูภายใต้กลไกการเร่งการเกิดปฏิกิริยา โฟโตคะตะไลติก อิเล็กโตรคะตะไลติก และโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติก เราประสบความสำเร็จในการเตรียมขั้วไฟฟ้า ITO/WO3/BiVO4 และเข้าใจคุณลักษณะต่าง ๆ และสมบัติโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติกของขั้วไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี เราสามารถยืนยันสมบัติการดูดกลืนแสงในช่วงตามองเห็นและค่าพลังงานแถบของ WO3 และ BiVO4 เท่ากับ 2.8 และ 2.4 eV ตามลำดับ เราพบว่าการตรึง BiVO4 ลงบนชั้น WO3 สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านอิเล็กตรอนที่ผิวหน้าขั้วไฟฟ้าได้มากขึ้นอย่างชัดเจน ที่สำคัญสามารถยืนยันประสิทธิภาพในการกำจัดสารอินทรีย์สีย้อมในสารละลายน้ำภายใต้กลไกการเร่งการเกิดปฏิกิริยาแบบโฟโตอิเล็กโตรคะตะไลติกได้เป็นอย่างดี ซึ่งประสิทธิภาพการกำจัดสารอินทรีย์สีย้อมมากกว่ากลไกอิเล็กโตรคะตะไลติก และโฟโตคะตะไลติก ถึง 4 และ 10 เท่า ตามลำดับ จากผลการศึกษาดังกล่าวสามารถพัฒนาต่อยอดเพื่อใช้เป็นระบบบำบัดน้ำเสียในอุตสาหกรรมประเภทสีย้อมและอุตสาหกรรมที่มีการปนเปื้อนของสารอินทรีย์อื่น ๆ ต่อไป
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ