|
การพัฒนารูปแบบและกระบวนการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็ก ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จังหวัดนครสวรรค์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สุมาลี กลิ่นแมน |
| Title | การพัฒนารูปแบบและกระบวนการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็ก ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จังหวัดนครสวรรค์ |
| Contributor | ธัญยธรณ์ รุจิรัตน์ธีรกุล |
| Publisher | ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 |
| Journal Vol. | 15 |
| Journal No. | 36 |
| Page no. | 115-128 |
| Keyword | การพัฒนารูปแบบและกระบวนการ, อนามัยแม่และเด็ก, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน |
| URL Website | https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RHPC9Journal/article/view/247981 |
| Website title | วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 |
| ISSN | 2697-3871 |
| Abstract | การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พัฒนารูปแบบและกระบวนการดำเนินงาน และประเมินผลการพัฒนารูปแบบ กลุ่มตัวอย่างคือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ด้านอนามัยแม่และเด็ก จำนวน 80 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองจำนวน 40 คน และกลุ่มควบคุมจำนวน 40 คน โดยกลุ่มทดลองเข้าร่วมโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นเป็นเวลา 9 สัปดาห์ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบวัดความรู้ จำนวน 20 ข้อ แบบวัดเจตคติ จำนวน 20 ข้อ และแบบวัดการปฏิบัติ จำนวน 20 ข้อ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ความถึ่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐาน ด้วย paired t-test และ One-way ANOVAผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (95.0%) อายุ 40-59 ปี (70.0%) อายุเฉลี่ย 46.1 ปี จบการศึกษาระดับประถมศึกษา (52.5%) อาชีพเกษตรกรรม (67.5%) ด้านการพัฒนารูปแบบและกระบวนการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กของ อสม. โดยรวมมีความเหมาะสมระดับมาก (X ?=4.50, SD=0.334) โดยมีด้านการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติ มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด (X ?=4.61, SD=0.397) รองลงมาเป็นด้านการมีส่วนร่วมรับรู้ปัญหา (X ?=4.50, SD=0.375) ด้านการมีส่วนร่วมในการติดตามประเมินผล (X ?=4.50, SD=0.395) และด้านการมีส่วนร่วมในการคิดวิเคราะห์ (X ?=4.39, SD=0.397) ตามลำดับ การประเมินผลการพัฒนารูปแบบและกระบวนการดำเนินงานหลักการทดลองพบว่า ระดับความรู้และระดับการปฏิบัติหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 การเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มพบว่า ความรู้และเจตคติของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 การพัฒนารูปแบบและกระบวนการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กของอสม. จังหวัดนครสวรรค์ มีประสิทธิผลเหมาะสมในการเสริมสร้างความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติในการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กของ อสม.จึงควรนำรูปแบบและกระบวนการดำเนินงาน ไปใช้เพื่อการสร้างแนวทางในการพัฒนางานอนามัยแม่และเด็กต่อไป |