|
พฤติกรรมและผลกระทบจากการติดเกมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาโรงเรียนในเขตเทศบาลนครขอนแก่น |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | กุลนรี หาญพัฒนชัยกูร |
| Title | พฤติกรรมและผลกระทบจากการติดเกมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาโรงเรียนในเขตเทศบาลนครขอนแก่น |
| Contributor | เอมอร บุตรอุดม, ทิพย์รัตน์ อุดเมืองเพีย, สุกัญญา รักศรี, ภาสินี โทอินทร์, ทรงสุดา หมื่นไธสง |
| Publisher | ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 |
| Journal Vol. | 15 |
| Journal No. | 38 |
| Page no. | 561-573 |
| Keyword | เกมคอมพิวเตอร์, การติดเกม, ผลกระทบการติดเกม, นักเรียนมัธยมศึกษา |
| URL Website | https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RHPC9Journal/article/view/251524 |
| Website title | วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 |
| ISSN | 2697-3871 |
| Abstract | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการติดเกม ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเล่นเกมที่มีปัญหา และผลของพฤติกรรมการเล่นเกมที่มีปัญหาต่อปัญหาด้านการเรียน ด้านสังคม และด้านสุขภาพของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ในโรงเรียนเขตเทศบาลนครขอนแก่น กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปี 1-6 โรงเรียนในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ประจำปีการศึกษา 2563 จำนวน 513 คน สุ่มตัวอย่างแบบ ชั้นภูมิ (Stratified sampling) เครื่องมือคือแบบสอบถาม ประกอบด้วย 1) คุณลักษณะของประชากร 2) ข้อมูลการใช้คอมพิวเตอร์ 3) ข้อมูลการเล่นเกมและผลกระทบ และ 4) แบบทดสอบการติดเกม (GAST) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ สถิติไควสแคว์ (Chi-square statistics) และการวิเคราะห์การถดถอยลอจิสติคแบบทวิ (Binary logistic regression analysis) ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมไม่ติดเกมมากที่สุด ร้อยละ 44.1 มีพฤติกรรมเริ่มมีปัญหาติดเกม ร้อยละ 17.7 และมีพฤติกรรมการติดเกม ร้อยละ 10.5 กลุ่มตัวอย่างมีปัญหาสุขภาพ ร้อยละ 74.6 มีปัญหาการเรียน ร้อยละ 44.5 และมีปัญหาด้านสังคม ร้อยละ 22.7 ผลการวิเคราะห์พหุถดถอยลอจิสติกแบบทวิพบว่า ความถี่ในการเล่นเกมส่งผลต่อพฤติกรรมการติดเกมของนักเรียนมัธยมศึกษา 2.45 เท่า (OR=2.45, 95% CI=1.79-3.34) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 และพบว่า นักเรียนที่มีพฤติกรรมติดเกมส่งผลกระทบต่อปัญหาการเรียน (OR=3.48, 95% CI=2.31-5.28) ต่อปัญหาสุขภาพ (OR=3.86, 95% CI=2.16-6.89) และต่อปัญหาด้านสังคม (OR=5.37, 95% CI=3.44-8.40) ผลการวิจัย ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมการเล่นเกมที่เป็นปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายในเขตเทศบาลเมือง มีผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพ และปัญหาการเรียน ผลการศึกษาดังกล่าวสามารถนำไปพัฒนาโปรแกรมการช่วยเหลือนักเรียนและป้องกันผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ ข้อเสนอแนะ สถาบันการศึกษาควรมีการคัดกรองเด็กที่มีพฤติกรรมการติดเกม ร่วมกับครอบครัว และหน่วยบริการสาธารณสุข เพื่อป้องกันการเกิดปัญหากระทบต่อสุขภาพ และการเรียน |