|
กระบวนการส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้สูงอายุกับผู้ดูแล ในการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมภายในและภายนอกบ้านของผู้สูงอายุจังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดเลย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | จริยา อินทรรัศมี |
| Title | กระบวนการส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้สูงอายุกับผู้ดูแล ในการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมภายในและภายนอกบ้านของผู้สูงอายุจังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดเลย |
| Publisher | ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 |
| Journal Vol. | 15 |
| Journal No. | 36 |
| Page no. | 1-14 |
| Keyword | การเรียนรู้ร่วมกัน, ผู้สูงอายุ, ผู้ดูแล, สิ่งแวดล้อม |
| URL Website | https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RHPC9Journal/article/view/246541 |
| Website title | วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 |
| ISSN | 2697-3871 |
| Abstract | การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภายในและภายนอกบ้านของผู้สูงอายุ (2) เปรียบเทียบอุบัติเหตุของผู้สูงอายุก่อนและหลังดำเนินการวิจัย (3) เปรียบเทียบคะแนนความรู้ในการจัดการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมของผู้สูงอายุและผู้ดูแล ก่อนและหลังดำเนินการวิจัย และ (4) ศึกษากระบวนการการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้สูงอายุกับผู้ดูแลในการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมภายในและภายนอกบ้านของผู้สูงอายุ โดยใช้แบบสำรวจ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม และการสนทนากลุ่ม กลุ่มตัวอย่างได้แก่ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปที่เป็นกลุ่มติดสังคมและกลุ่มติดบ้านจำนวน 618 คน ผู้ดูแลจำนวน 319 คน บ้านผู้สูงอายุจำนวน 725 หลังคาเรือนในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดเลย สถิติที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ค่าร้อยละ การทดสอบที (t-test) และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า บ้านผู้สูงอายุมีส้วมเป็นแบบนั่งยองไม่มีราวจับ ร้อยละ 70.9 ภายในห้องน้ำไม่มีราวจับ ร้อยละ 98.5 อุบัติเหตุที่เกิดมากที่สุดกับผู้สูงอายุคือ การหกล้ม ร้อยละ 70.0 อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดในห้องนอน ร้อยละ 30.9 กระบวนการการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้สูงอายุและผู้ดูแลในการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมภายในและภายนอกบ้านประกอบด้วยกิจกรรม (1) การสนทนากลุ่มกับผู้สูงอายุและผู้ดูแล (2) การสนทนากลุ่มกับอาสาสมัครสาธารณสุข เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (3) การประชุมกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อนำเสนอผลการวิจัยในระยะแรก (4) การจัดประชุมการวางแผนแบบมีส่วนร่วม (AIC: Appreciation Influence and Control ) (5) การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการจัดสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมของผู้สูงอายุสำหรับผู้ดูแล (6) การอบรมให้ความรู้การจัดสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมของผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุ และ (7) การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับเขต ผลการเปรียบเทียบความรู้ในการจัดการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมของผู้สูงอายุและผู้ดูแลก่อนและหลังทำการวิจัย พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.00) การวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะให้ผู้สูงอายุและผู้ดูแลมีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมภายในและภายนอกบ้านโดยควรมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน |