|
การพัฒนารูปแบบส่งเสริมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรงพยาบาลสีดา |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ชานนท์ เชาว์ดำรงสกุล |
| Title | การพัฒนารูปแบบส่งเสริมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรงพยาบาลสีดา |
| Publisher | ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา |
| Publication Year | 2563 |
| Journal Title | วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 |
| Journal Vol. | 14 |
| Journal No. | 35 |
| Page no. | 314-329 |
| Keyword | รูปแบบส่งเสริมการดูแลตนเอง, โรคเบาหวาน, ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ |
| URL Website | https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RHPC9Journal/article/view/244305 |
| Website title | วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 |
| ISSN | 2697-3871 |
| Abstract | การวิจัยกึ่งทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบส่งเสริมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ศึกษาประสิทธิผลรูปแบบส่งเสริมการดูแลตนเอง และประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบส่งเสริมการดูแลตนเองผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรงพยาบาลสีดา กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ที่ไม่มีโรคแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน และยินยอมร่วมมือในการวิจัย จำนวน 80 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองที่ใช้รูปแบบส่งเสริมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน (แพทย์ให้การตรวจรักษา ค้นหาปัญหาผู้ป่วย ให้ความรู้และประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเอง ให้ยา ให้คำแนะนำในการดูแลตนเอง และมีการติดตามทางโทรศัพท์หรือ Line application หลังการรักษา 15 วันในแต่ละครั้ง พิจารณาปรับยาให้เหมาะสมและเยี่ยมบ้านเพื่อหาสาเหตุและส่งเสริมให้ญาติช่วยดูแลหากผู้ป่วยยังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้) และกลุ่มควบคุมที่ได้รับการดูแลในรูปแบบปกติ (ให้การตรวจรักษาและให้คำแนะนำตามสภาพปัญหาของผู้ป่วย ให้ยาไปรับประทาน และนัดหมายให้มาตรวจครั้งต่อไป) แต่ละกลุ่มมีจำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาคือ รูปแบบส่งเสริมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน แบบทดสอบก่อนและหลังการทำกิจกรรม และแบบบันทึกระดับน้ำตาลในเลือด วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา Independent t-test และ Paired sample t-testผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานในกลุ่มทดลองมีความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน และพฤติกรรมการดูแลตนเองดีขึ้น และมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value<0.001) เมื่อเปรียบเทียบกลุ่มทดลองที่ใช้รูปแบบที่พัฒนา กับควบคุมที่ให้การดูแลในรูปแบบปกติ พบว่า ผู้ป่วยในกลุ่มทดลองมีความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน และพฤติกรรมการดูแลตนเองดีกว่ากลุ่มควบคุม และมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงมากกว่าผู้ป่วยในกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value<0.001) ผลการประเมินความพึงพอใจ พบว่าผู้ป่วยที่ใช้รูปแบบที่พัฒนามีความพึงพอใจในระดับมาก ร้อยละ 85.0 ควรนำรูปแบบที่พัฒนานี้ไปใช้ในการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานของโรงพยาบาลสีดา และนำไปปรับใช้กับที่อื่นต่อไป |