ผลของรูปแบบการดำเนินงานสถานที่กักกันตัวที่บ้านแบบมีส่วนร่วมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
รหัสดีโอไอ
Creator อรรจน์กร สมเกียรติกุล
Title ผลของรูปแบบการดำเนินงานสถานที่กักกันตัวที่บ้านแบบมีส่วนร่วมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
Publisher โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
Publication Year 2565
Journal Title วารสารวิชาการแพทย์เขต11
Journal Vol. 36
Journal No. 1
Page no. 79-97
Keyword การกักกันตัวที่บ้าน การพัฒนารูปแบบ การมีส่วนร่วมป้องกันการแพร่ระบาด
URL Website https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/index
Website title ThaiJo
ISSN 2730-3365 (Online)
Abstract ที่มา: โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่เกิดการแพร่ระบาดและกระจายเชื้ออย่างรวดเร็วไปทุกพื้นที่ทั่วโลกนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อวัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนาและประเมินรูปแบบการดำเนินงานสถานที่กักกันตัวที่บ้านแบบมีส่วนร่วม ในการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)วิธีการศึกษา: การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การพัฒนารูปแบบ ขั้นตอนที่ 2 การนำรูปแบบที่พัฒนาไปปฏิบัติโดยการมีส่วนร่วมของบุคลากรสุขภาพและอาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่ และขั้นตอนที่ 3 การประเมินผลการใช้รูปแบบ กลุ่มเป้าหมายคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงตามเกณฑ์การคัดเข้าของกลุ่มตัวอย่าง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติค่าที (paired t-test) ดำเนินการศึกษารวม 1 ปี ตั้งแต่เดือน มีนาคม 2563 – กุมภาพันธ์ 2564ผลการศึกษา: รูปแบบสถานที่กักกันตัวในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดจากการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้ 1.) กำหนดกลยุทธ์การกักกันตัว 2.) กลวิธีดำเนินงาน ได้แก่ (1) การลงทะเบียนติดตามกลุ่มเสี่ยงผู้ที่เดินทางเข้าจังหวัดผ่านแอพพลิเคชั่น Save Surat ที่เชื่อมต่อกับ Surat Smart Healthcare Application (2) การประเมินและจัดหาสถานที่พัก (3) การเตรียมความพร้อมด้านสถานที่พักและอุปกรณ์เครื่องใช้ (4.) การสื่อสารและการสร้างความเข้าใจ 3.) การปฏิบัติตัวของผู้กักตัว และ 4.) การกำกับติดตาม โดยพบว่าผู้ถูกกักกันตัวทราบวิธีป้องกันตัวจากโรคไวรัสโคโรนา 2019 สูงถึงร้อยละ 97.08 การดูแลและอำนวยความสะดวกในช่วงการกักตัวระดับดีมาก ร้อยละ 95.94 มีความเครียดระดับมากร้อยละ 1.35 มีความพึงพอใจต่อการถูกกักกันตัวในระดับปานกลางถึงมาก ร้อยละ 51.41 และร้อยละ 42.76 ตามลำดับ การประเมินผลลัพธ์ของรูปแบบพบว่าผู้ถูกกักกันให้ความร่วมมือและกักกันตัวครบกำหนด 14 วัน และชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการตามมาตรการทุกขั้นตอน โดยไม่เกิดปัญหาการรังเกียจผู้กักกันตัว และให้การดูแลเป็นอย่างดีสรุป: รูปแบบการดำเนินงานสถานที่กักกันตัวที่บ้านแบบมีส่วนร่วมได้เกิดประสิทธิผลต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่โดยสามารถขยายผลไปยังพื้นที่และโรคติดต่ออื่นต่อไปคำสำคัญ: การกักกันตัวที่บ้าน การพัฒนารูปแบบ การมีส่วนร่วมป้องกันการแพร่ระบาด
โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ