อุบัติการณ์ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดความผิดปกติทางการได้ยินของทารกแรกเกิด ในโรงพยาบาลสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช
รหัสดีโอไอ
Creator ฐปนีย์ แสนพล
Title อุบัติการณ์ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดความผิดปกติทางการได้ยินของทารกแรกเกิด ในโรงพยาบาลสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช
Contributor มณฑิรา ชาญณรงค์
Publisher โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
Publication Year 2565
Journal Title วารสารวิชาการแพทย์เขต11
Journal Vol. 36
Journal No. 1
Page no. 11-21
Keyword ความผิดปกติทางการได้ยิน, ทารกแรกเกิด, การตรวจคัดกรองการได้ยิน
URL Website https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/index
Website title ThaiJo
ISSN 2730-3365 (Online)
Abstract ที่มา: ความผิดปกติทางการได้ยินแต่กำเนิดของทารกแรกเกิด มีผลต่อการพัฒนาการทางด้านภาษา การพูด และด้านอื่น ๆ ของเด็กทั้งในปัจจุบันและอนาคต ดังนั้น การศึกษาอุบัติการณ์และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดความผิดปกติของการได้ยินตั้งแต่ระยะเริ่มแรก จะสามารถพัฒนาวิธีการค้นหาความผิดปกติดังกล่าว และสามารถช่วยเหลือทารกได้อย่างทันท่วงที วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาอุบัติการณ์ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดความผิดปกติทางการได้ยินของทารกแรกเกิดในโรงพยาบาลสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราชวิธีการศึกษา: การศึกษาแบบย้อนหลัง (retrospective study) โดยทำการศึกษาข้อมูลจากเวชระเบียนของ ทารกแรกเกิดทุกรายที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสิชล ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2562 จำนวนทั้งสิ้น 1,952 ราย บันทึกข้อมูลการศึกษา จากแบบบันทึกผลการตรวจคัดกรองการได้ยินของทารกแรกเกิดในโรงพยาบาลสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และไคสแควร์ผลการศึกษา: พบว่า ทารกส่วนใหญ่เป็นเพศชาย (50.2%) คลอดด้วยวิธี NL (48.8%) ส่วนใหญ่เป็นทารกกลุ่มปกติ (88.3%) มีคะแนน Apgar Score นาทีที่ 1, 5 และ 10 เท่ากับ 8-10 คะแนน (97.9%, 99.8% และ 100%) อายุครรภ์เฉลี่ย 38 1.5 สัปดาห์ น้ำหนักแรกคลอด 3,063468.5 gm (Min=1,110, Max=5,480) อุบัติการณ์การเกิดความผิดปกติทางการได้ยินในทารกแรกเกิด 6.66 ต่อ 1,000 ทารกเกิดมีชีพ, 4.6 ต่อ 1,000 ในทารกกลุ่มปกติ และ 22.1 ต่อ 1,000 ในทารกกลุ่มเสี่ยง ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางการได้ยินที่พบบ่อย 3 อันดับแรก ได้แก่ เด็กที่ต้องนอนอยู่ในหออภิบาลผู้ป่วยเด็กแรกเกิดนานกว่า 5 วัน จำนวน 195 ราย ได้ยาปฏิชีวนะที่มีพิษต่อหู (Gentamycin) จำนวน 126 ราย และเด็กที่มีคนในครอบครัวมีการได้ยินบกพร่องแต่กำเนิด จำนวน 12 ราย นอกจากนี้ อายุครรภ์ น้ำหนักทารกแรกคลอด คะแนน Apgar score นาทีที่ 1 และกลุ่มทารกมีความสัมพันธ์กับความผิดปกติทางการได้ยินของทารกแรกเกิดอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 สรุป: อุบัติการณ์การเกิดความผิดปกติทางการได้ยินในทารกกลุ่มเสี่ยงสูงกว่าทารกกลุ่มปกติ จึงควรตระหนักและให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองความผิดปกติทางการได้ยินในทารกแรกเกิดทุกราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกที่คลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกคลอดน้อย และมีภาวะขาดออกซิเจนแรกคลอดคำสำคัญ: ความผิดปกติทางการได้ยิน, ทารกแรกเกิด, การตรวจคัดกรองการได้ยิน
โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ