ผลลัพธ์การใช้แนวทางเวชปฏิบัติรักษาผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดของโรงพยาบาลตรัง
รหัสดีโอไอ
Creator บราลี ศีลประชา
Title ผลลัพธ์การใช้แนวทางเวชปฏิบัติรักษาผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดของโรงพยาบาลตรัง
Publisher โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
Publication Year 2563
Journal Title วารสารวิชาการแพทย์เขต 11
Journal Vol. 34
Journal No. 3
Page no. 35-46
Keyword แนวทางเวชปฏิบัติรักษา, ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรง, ภาวะช็อคจากการติดเชื้อ
URL Website https://www.tci-thaijo.org/
Website title thaijo
ISSN 0857-5975
Abstract ที่มา: แนวทางปฏิบัติรักษาผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดอ้างอิงตามหลักการของการรักษาผู้ป่วยให้ถึงเป้าหมายใน 6 ชั่วโมง(Early-Goal Directed Therapy: EGDT) มีหลักฐานเชิงประจักษ์ในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและลดอัตราตาย มีการนำองค์ความรู้มาประยุกต์เป็นแนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดแบบรุนแรง (Severe sepsis) และภาวะช็อคจากการติดเชื้อ (Septic shock) (ฉบับร่าง) พ.ศ.2558 ของสมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทยและมีการศึกษาหลังการนำไปใช้ว่าสามารถลดอัตราตายได้ ในโรงพยาบาลตรังได้มีการนำแนวทางเวชปฏิบัติรักษาผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดมาปรับใช้เมื่อปี พ.ศ.2559 แต่ยังไม่มีข้อมูลการศึกษาถึงประสิทธิผลของการใช้แนวทางปฏิบัติรักษา วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์การรักษาก่อนและหลังการใช้แนวทางปฏิบัติรักษาผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดของโรงพยาบาลตรัง วัตถุประสงค์หลัก คือ อัตราตาย วัตถุประสงค์รอง คือ จำนวนวันนอนในโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายในการรักษา อัตราการย้ายเข้ารับการรักษาใน ICU และตัวชี้วัดการรักษาใน 6 ชั่วโมงแรก วัสดุและวิธีการ: เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาเก็บข้อมูลผู้ป่วยในย้อนหลังที่มาด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรงหรือมีภาวะช็อคจากสาเหตุการติดเชื้อ ก่อนและหลังการนำแนวทางปฏิบัติมาใช้ เก็บข้อมูลด้านประชากรศึกษา โรคร่วม ตำแหน่งการติดเชื้อและเชื้อก่อโรค ตัวชี้วัดการรักษาใน 6 ชั่วโมงแรก ผลลัพธ์ของการรักษาตามวัตถุประสงค์หลักและวัตถุประสงค์รอง ผลการศึกษา: ผู้ป่วยทั้งหมด 220 ราย แบ่งเป็นกลุ่มก่อนและหลังการใช้แนวทางปฏิบัติรักษากลุ่มละ 110 ราย อายุเฉลี่ยอยู่ในช่วง 61-80 ปี โรคร่วมที่พบมากที่สุด คือ โรคเบาหวาน และการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะพบมากที่สุด มีการให้ยาปฏิชีวนะใน 1 ชั่วโมงร้อยละ 85.5 ในกลุ่มก่อนใช้แนวทางและร้อยละ 82.7 ในกลุ่มหลังใช้แนวทาง การให้สารน้ำทดแทนที่เพียงพอคิดเป็นร้อยละ 71.8 ในกลุ่มก่อนใช้แนวทางและร้อยละ 79.1ในกลุ่มหลังใช้แนวทาง ปริมาณสารน้ำรวมมากขึ้นในกลุ่มหลังใช้แนวทางจาก 1,703.3?59 มล.เป็น 1,779.1?51.1 มล. การให้ยาตีบหลอดเลือดเท่ากันทั้งสองกลุ่มคือร้อยละ 91.8 อัตราการตายลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในกลุ่มหลังใช้แนวทางคิดเป็นร้อยละ 31.82 เทียบกับกลุ่มก่อนใช้แนวทางร้อยละ 49.09 จำนวนวันนอนโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นในกลุ่มหลังใช้แนวทางจาก 6.39?0.66 วัน เป็น 7.63?0.76 วัน รวมถึงมีค่าใช้จ่ายในการรักษาและอัตราการย้ายไปรักษาในหออภิบาลผู้ป่วยหนัก เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในกลุ่มหลังการใช้แนวทางจากร้อยละ10.90 เป็นร้อยละ 12.72 อัตราการใช้แนวทางปฏิบัติรักษาคิดเป็นร้อยละ 36 สรุป: การใช้แนวทางปฏิบัติรักษาผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดของโรงพยาบาลตรังเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาโดยการลดอัตราตาย แต่ไม่สามารถลดจำนวนวันนอนโรงพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการรักษาได้ การส่งเสริมให้มีการใช้แนวปฏิบัติมากขึ้นจะช่วยเพิ่มประโยชน์ในการรักษาในอนาคตrn
โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ