|
การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่องโดยใช้ระบบพยาบาลเจ้าของไข้ในโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ทัศนา นิลพัฒน์ |
| Title | การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่องโดยใช้ระบบพยาบาลเจ้าของไข้ในโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี |
| Contributor | ศิริพร ลวณะสกล, พนิดา เลิศปิยะธนากุล, สดากาญจน์ เอี่ยมจันทร์ประทีป |
| Publisher | โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี |
| Publication Year | 2563 |
| Journal Title | วารสารวิชาการแพทย์เขต 11 |
| Journal Vol. | 34 |
| Journal No. | 4 |
| Page no. | 223-239 |
| Keyword | ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง, ระบบพยาบาลเจ้าของไข้, รูปแบบการดูแล |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารวิชาการแพทย์เขต 11 |
| ISSN | 0857-5975 |
| Abstract | ที่มา: กระบวนการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังขาดความต่อเนื่องและขาดการสื่อสารให้กับพยาบาลในหอผู้ป่วยอย่างเป็นรูปธรรมการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังจากจำหน่ายผู้ป่วยไปล้างไตทางช่องท้องต่อเนื่องที่บ้านวัตถุประสงค์: 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยที่ล้างไตทางช่องท้อง 2) ศึกษาประสิทธิผลของการใช้ระบบการพยาบาลเจ้าของไข้วิธีการศึกษา: การศึกษามี 4 ระยะ 1) วิเคราะห์ปัญหาและความต้องการ 2)พัฒนารูปแบบ 3) ใช้รูปแบบ 4) ประเมินประสิทธิผลการใช้รูปแบบ กลุ่มตัวอย่างพยาบาลวิชาชีพ 31 คน ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องนานกว่า6 เดือน120คน เครื่องมือที่ใช้ในการในการเก็บรวบรวมข้อมูล 1) แบบวัดความรู้ของพยาบาล 2) แบบสอบถามความพึงพอใจของพยาบาล 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ป่วย 4)แบบสอบถามความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วย และ 5) แบบประเมินคุณภาพชีวิต (9-Thai) เครื่องมือผ่านการตรวจสอบคุณภาพความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน ได้ค่าความตรง 0.77, 0.82, 0.84, 0.83 และ ได้ค่าความเที่ยง 0.84, 0.90, 0.85, 0.85, 0.79 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยาย สถิติทดสอบที และการทดสอบไคสแคว์ผลการศึกษา: ผลการศึกษาพบว่า1) พยาบาลมีความรู้ในการดูแลผู้ป่วยโดยระบบพยาบาลเจ้าของไข้เพิ่มขึ้นอยู่ในระดับดี (mean=18.03, SD=1.22) มีนัยสำคัญทางสถิติ (P< 0.01) 2) ความพึงพอใจของพยาบาลต่อการการใช้รูปแบบพยาบาลเจ้าของไข้อยู่ในระดับดี (mean=3.93, SD=.57) 3) ความพึงพอใจของผู้ป่วยผู้ดูแลอยู่ในระดับดีที่ (mean=4.43, SD=.82) 4) ผู้ป่วยมีความสามารถในการดูแลตนเองมากกว่าก่อนการใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ (P< 0.01 5) อัตราการติดเชื้อในช่องท้องและแผลช่องทางออกลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ (P< 0.016) คุณภาพชีวิตหลังการใช้รูปแบบอยู่ในระดับดีมากกว่าก่อนการใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ (P< 0.01) สรุป: รูปแบบการดูแลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่องโดยระบบพยาบาลเจ้าของไข้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการดูแลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่องและพัฒนาในการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่อไป |