การพัฒนารูปแบบส่งเสริมการดูแลตนเองของสตรีที่มีภาวะเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ โรงพยาบาลกระทุ่มแบน
รหัสดีโอไอ
Creator เกษร ทับทอง
Title การพัฒนารูปแบบส่งเสริมการดูแลตนเองของสตรีที่มีภาวะเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ โรงพยาบาลกระทุ่มแบน
Publisher โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์
Publication Year 2569
Journal Title วารสารวิชาการแพทย์และสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 3
Journal Vol. 23
Journal No. 3
Page no. 364-375
Keyword เบาหวานขณะตั้งครรภ์, การดูแลตนเอง, การรับรู้ความสามารถของตนเอง, รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพ, 5A
URL Website https://thaidj.org/index.php/smj/index
Website title วารสารวิชาการแพทย์และสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 3
ISSN ISSN 2774-0579 (Online), ISSN 2821-9201 (Print)
Abstract การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสถานการณ์การดูแลตนเองของสตรีที่มีภาวะเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ 2) พัฒนารูปแบบส่งเสริมการดูแลตนเอง 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบ และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของพยาบาลต่อรูปแบบส่งเสริมการดูแลตนเองของสตรีที่มีภาวะเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ โรงพยาบาลกระทุ่มแบนกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย สตรีที่มีภาวะเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ จำนวน 50 ราย คัดเลือกโดยวิธีเฉพาะเจาะจง และพยาบาลวิชาชีพ จำนวน 6 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบทดสอบความรู้ แบบประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเอง แบบประเมินความพึงพอใจ และรูปแบบส่งเสริมการดูแลตนเองที่พัฒนาขึ้นโดยประยุกต์ใช้แนวคิดการรับรู้ความสามารถของตนเองร่วมกับกระบวนการ 5A วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติ Paired t-test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05ผลการวิจัยพบว่า ระยะที่ 1 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความรู้เรื่องการดูแลตนเองอยู่ในระดับต่ำ ร้อยละ 42.0 และมีพฤติกรรมการดูแลตนเองอยู่ในระดับดี ร้อยละ 76.0 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ายังมีความจำเป็นในการพัฒนารูปแบบส่งเสริมการดูแลตนเอง ระยะที่ 2 ได้พัฒนารูปแบบส่งเสริมการดูแลตนเองตามแนวคิด Self-efficacy ร่วมกับกระบวนการ 5A ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ Assess, Advise, Agree, Assist และ Arrange ระยะที่ 3 ภายหลังการใช้รูปแบบ พบว่า คะแนนความรู้เรื่องการดูแลตนเองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ก่อนใช้ = 9.60, SD = 2.87; หลังใช้ = 13.18, SD = 2.63; t = 7.89, p-value 0.00) และคะแนนพฤติกรรมการดูแลตนเองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ก่อนใช้ = 43.32, SD = 7.34; หลังใช้ = 57.50, SD = 2.80; t = 13.17, p-value 0.00) นอกจากนี้ พยาบาลมีความพึงพอใจต่อรูปแบบในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 85.00, SD = 6.00)สรุปได้ว่า ภายหลังการใช้รูปแบบส่งเสริมการดูแลตนเอง พบว่าคะแนนความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองของสตรีที่มีภาวะเบาหวานในขณะตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติคำสำคัญ: เบาหวานขณะตั้งครรภ์, การดูแลตนเอง, การรับรู้ความสามารถของตนเอง, รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพ, 5A
โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ