|
แรงจูงใจที่ส่งผลต่อสมรรถนะประจำสายงานของข้าราชการครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 16 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | เอนก อมราพิทักษ์ |
| Title | แรงจูงใจที่ส่งผลต่อสมรรถนะประจำสายงานของข้าราชการครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 16 |
| Contributor | วุฒิชัย เนียมเทศ |
| Publisher | สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม |
| Journal Vol. | 15 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 104-116 |
| Keyword | ข้าราชการครู, แรงจูงใจ, สมรรถนะประจำสายงาน |
| URL Website | https://so01.tci-thaijo.org/index.php/GraduatePSRU/index |
| ISSN | 2408-1264 |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับแรงจูงใจของข้าราชการครู 2) ระดับสมรรถนะประจำสายงานของข้าราชการครู 3) ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจและสมรรถนะประจำสายงานของข้าราชการครู 4) ตัวแปรพยากรณ์ของแรงจูงใจที่ส่งผลต่อสมรรถนะประจำสายงานของข้าราชการครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 16 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ข้าราชการครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 16 ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดสงขลาและสตูล รวมทั้งสิ้นจำนวน 359 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ตามหลักการของลิเคิร์ท โดยแบบสอบถามเกี่ยวกับแรงจูงใจของข้าราชการครูมีค่าความตรงของเนื้อหาตั้งแต่ .60 ขึ้นไป และมีค่าความเชื่อมั่น .951 และสมรรถนะประจำสายงานของข้าราชการครูมีค่าความตรงของเนื้อหาตั้งแต่ .60 ขึ้นไป มีค่าความเชื่อมั่น .980 สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า 1) แรงจูงใจของข้าราชการครูโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ด้านความต้องการความมั่นคงในตำแหน่งงานมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าด้านอื่น และด้านความต้องการสิ่งพื้นฐานในการดำเนินชีวิตมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าด้านอื่น 2) สมรรถนะประจำสายงานของข้าราชการครูโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ด้านการบริหารจัดการชั้นเรียน มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าด้านอื่น และด้านการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าด้านอื่น 3) แรงจูงใจมีความสัมพันธ์ทางบวกกับสมรรถนะประจำสายงานของข้าราชการครูในระดับค่อนข้างสูง (r = .656) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 4) แรงจูงใจของข้าราชการครูด้านความต้องการความก้าวหน้าในงานอาชีพ (X6) ด้านความต้องการมีสัมพันธภาพที่ดีในหน่วยงาน (X3) และความต้องการได้รับมอบหมายงานที่ท้าทายหรือความรับผิดชอบที่สูงขึ้น (X5) สามารถสร้างสมการพยากรณ์ของแรงจูงใจที่ส่งผลต่อสมรรถนะประจำสายงานของข้าราชการครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 16 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณ เท่ากับ .672 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 อำนาจพยากรณ์เท่ากับ ร้อยละ 45.2 เขียนเป็นสมการสมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบและที่คะแนนมาตรฐานได้ดังนี้ สมการพยากรณ์ในรูปแบบคะแนนดิบY ? = 1.773 + .232(X6) + .196(X3) + .161(X5)สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐานZ ? = .326(X6) + .248(X3) + .199(X5) |