|
การศึกษากลุ่มเสี่ยงและปัจจัยปกป้องพฤติกรรมการติดสมาร์ทโฟนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี สถาบันระดับอุดมศึกษาเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | พัชราภา อินทพรต |
| Title | การศึกษากลุ่มเสี่ยงและปัจจัยปกป้องพฤติกรรมการติดสมาร์ทโฟนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี สถาบันระดับอุดมศึกษาเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล |
| Contributor | - |
| Publisher | สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ |
| Publication Year | 2565 |
| Journal Title | วารสารปัญญาภิวัฒน์ |
| Journal Vol. | 14 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 276-292 |
| Keyword | กลุ่มเสี่ยง, ปัจจัยปกป้อง, พฤติกรรมการติดสมาร์ทโฟน |
| URL Website | https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pimjournal/index |
| Website title | วารสารปัญญาภิวัฒน์ |
| ISSN | ISSN 2651-1088 (ออนไลน์) |
| Abstract | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลุ่มเสี่ยงและปัจจัยปกป้องพฤติกรรมการติดสมาร์ทโฟนของนักศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาระดับปริญญาตรี สถาบันระดับอุดมศึกษาเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร และเขตปริมณฑล โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) รวม 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบวัดตัวแปรเชิงสาเหตุและผลของพฤติกรรมการติดสมาร์ทโฟน จำนวน 7 แบบวัด และมีค่าความเชื่อมั่นตั้งแต่ .88 ถึง .95 ทำการเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2565 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์ t-test ความแปรปรวนแบบทางเดียว(One-way analysis of variance) และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบเป็นขั้น (Stepwise Multiple Regression) ผลการศึกษากลุ่มเสี่ยงพบว่า นักศึกษาชั้นปีที่ 1 เป็นผู้ที่มีการติดสมาร์ทโฟนน้อยกว่านักศึกษาชั้นปีที่ 2-4 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยนักศึกษาชั้นปีที่ 2-4 เป็นผู้ที่มีพฤติกรรมการติดสมาร์ทโฟนไม่แตกต่างกัน ปัจจัยที่เป็นตัวทำนายพฤติกรรมการติดสมาร์ทโฟนของนักศึกษาที่สำคัญมี 2 ปัจจัยเรียงจากมากไปน้อย คือ ความเหงา และค่านิยมแบบวัตถุนิยม มีค่าการพยากรณ์ของพฤติกรรมการติดสมาร์ทโฟนของนักศึกษาระดับปริญญาตรีเท่ากับ 0.48 กล่าวคือ ทั้งสองปัจจัยสามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของการติดสมาร์ทโฟนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ได้ร้อยละ 48 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยนักศึกษาที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเร่งด่วนที่ควรพัฒนาคือ นักศึกษาที่มีพฤติกรรมพฤติกรรมการติดสมาร์ทโฟนมาก ได้แก่ กลุ่มนักศึกษาชั้นปีที่ 2-4 โดยมีปัจจัยปกป้องที่สำคัญ ได้แก่ ความเหงา และค่านิยมแบบวัตถุนิยม |