|
อิทธิพลของปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันของผู้ผลิตสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) ในประเทศไทย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | 1. ธีรินทร์ สุรางค์ศรีรัฐ 2. ณัชชา กริ่มใจ 3. ชนิดาภา ดีสุขอนันต์ 4. ชลกนก โฆษิตคณิน |
| Title | อิทธิพลของปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันของผู้ผลิตสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) ในประเทศไทย |
| Publisher | สมาคมปรัชญาดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์ |
| Journal Vol. | 11 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 321-337 |
| Keyword | ความได้เปรียบทางการแข่งขัน, ผู้ผลิตสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์, บทบาทของภาครัฐ, การจัดการการเปลี่ยนแปลง, Influence of Causal Factors, Competitive Advantage, One Tambon one Product (OTOP) Manufacturer, Government of Role, Change Management |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/phdssj |
| Website title | วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์ |
| ISSN | 2229-1148 |
| Abstract | บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องของตัวแบบกับข้อมูลเชิงประจักษ์ และ (2) เพื่อศึกษาอิทธิพลของปัจจัยที่มีต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันของผู้ผลิตสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) ในประเทศไทย โดยเก็บข้อมูลจากผู้ประกอบการธุรกิจผลิตภัณฑ์สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ในประเทศไทย จำนวน 846ราย โดยเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.816 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป Amos โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์แบบจำลองสมการโครงสร้าง และทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโมเดลสมการโครงสร้าง (Structure Equation Model--SEM) ผลการวิจัย พบว่า (1) ดัชนีทุกตัวผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ประกอบด้วย ดัชนี p- value = 0.295, CFI = 0.995, GFI = 0.976, AGFI = 0.958, RMSEA = 0.019, RMR = 0.022 ดังนั้น จึงสามารถสรุปได้ว่าผลการวิเคราะห์ที่ได้ครั้งนี้สอดคล้องกับข้อมูลเชิงประประจักษ์ และ (2) จากผลการวิเคราะห์เส้นทางพบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันของผู้ผลิตสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) ในประเทศไทย ประกอบด้วย ปัจจัยบทบาทของภาครัฐเป็นปัจจัยที่อิทธิพลทางตรงต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันมากที่สุด รองลงมา คือ ปัจจัยการเป็นผู้ประกอบการขององค์การ และปัจจัยการจัดการการเปลี่ยนแปลงโดยมีขนาดอิทธิพลรวม 0.526, 0.418 และ 0.265 ตามลำดับ อย่างมีระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.01 |