องค์ประกอบหลักขององค์การแห่งการเรียนรู้ที่มีต่อผลการดำเนินงานของอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งประเทศไทย
รหัสดีโอไอ
Creator 1. พิพรรธน์ พิเชษฐศิรประภา
2. นรพล จินันท์เดช
3. มนตรี พิริยะกุล
4. นภาพร ขันธนภา
Title องค์ประกอบหลักขององค์การแห่งการเรียนรู้ที่มีต่อผลการดำเนินงานของอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งประเทศไทย
Publisher สมาคมปรัชญาดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
Publication Year 2558
Journal Title วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์
Journal Vol. 5
Journal No. 2
Page no. 58-72
Keyword วัฒนธรรมองค์การ, สมรรถนะองค์การ, องค์การแห่งการเรียนรู้, การจัดการทรัพยากรมนุษย์, Organization Culture, Organization Competency, Learning Organization, Human Resource Management
ISSN 2229-1148
Abstract การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาวัฒนธรรมองค์การ สมรรถนะองค์การ การจัดการ ทรัพยากรมนุษย์ องค์การแห่งการเรียนรู้และผลการดำเนินงานของอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งประเทศไทย และ (2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลการดำเนินงานของอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งประเทศไทย โดย เป็นการวิจัยแบบผสม คือ การวิจัยเชิงปริมาณ ศึกษากลุ่มตัวอย่างอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งประเทศไทย จำนวน 500 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามวิเคราะห์ด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบน มาตรฐาน และการวิเคราะห์ตัวแบบสมการโครงสร้างโดยใช้โปรแกรม PLS Graph 3.0 สำหรับการวิจัยเชิง คุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกด้วยแบบวัดแบบกึ่งโครงสร้างกับผู้บริหาร หัวหน้างาน ที่มีความเชี่ยวชาญ จำนวน 11 บริษัท รวมทั้งสิ้น 16 คน ผลการวิจัยเชิงปริมาณ พบว่า ผลการดำเนินงานขององค์การ องค์การ แห่งการเรียนรู้ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ สมรรถนะองค์การ และวัฒนธรรมองค์การ พบว่ามีค่าเฉลี่ยโดย รวมอยู่ในระดับมาก และผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลการดำเนินงานขององค์การพบว่า วัฒนธรรม องค์การมีอิทธิพลทางตรงต่อสมรรถนะองค์การ (TE=0.719) องค์การแห่งการเรียนรู้ (TE=0.455) และการ จัดการทรัพยากรมนุษย์ (TE=0.759) และมีอิทธิพลทางอ้อมต่อผลการดำเนินงานขององค์การ (TE=0.883) ทั้งนี้องค์การแห่งการเรียนรู้ (TE=0.255) และการจัดการทรัพยากรมนุษย์ (TE=0.600) มีอิทธิพลทางตรง ต่อผลการดำเนินงานขององค์การ ส่วนสมรรถนะองค์การ (TE=0.069) และวัฒนธรรมองค์การ (TE=0.883) มีอิทธิพลทางอ้อมต่อผลการดำเนินงานขององค์การ ซึ่งสอดคล้องกับข้อสมมติฐานที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.01 และผลการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า ข้อสรุปที่ได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึกมีความสอดคล้องกับ การวิจัยเชิงปริมาณ นอกจากนี้ยังได้ข้อค้นพบที่เป็นทฤษฎีฐานราก (grounded theory) ในการสนับสนุนงานวิจัยครั้งนี้
วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ