การพัฒนาพื้นที่สาธารณะแบบมีส่วนร่วมเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนเมือง : กรณีสวนสาธารณะหนองนารี อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์
รหัสดีโอไอ
Creator 1. เสกสรร นิยมเพ็ง
2. พัชรินทร์ สิรสุนทร
Title การพัฒนาพื้นที่สาธารณะแบบมีส่วนร่วมเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนเมือง : กรณีสวนสาธารณะหนองนารี อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์
Publisher สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์
Publication Year 2558
Journal Title PHETCHABUN RAJABHAT JOURNAL
Journal Vol. 17
Journal No. 2
Page no. 21-28
Keyword พื้นที่สาธารณะ, ชุมชนเมือง, แหล่งเรียนรู้ของชุมชน, Public space, Urban Community, Community Learning Center
URL Website http://research.pcru.ac.th/journal_pcru
Website title เว็บไซต์ราชภัฏเพชรบูรณ์สาร
ISSN 0859-8185
Abstract

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากระบวนการเชิงนโยบาย ในการพัฒนาพื้นที่สาธารณะหนองนารีให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนเมือง 2) ศึกษาปัจจัยในการพัฒนาพื้นที่สาธารณะไปสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนเมือง และ 3) นำเสนอรูปแบบการพัฒนาพื้นที่สาธารณะให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตามกรอบคิดแบบมีส่วนร่วม ผู้เขียนใช้วิธีวิจัยประกอบด้วยวิธีเชิงปริมาณเพื่อศึกษาชุมชนที่ตั้งอยู่โดยรอบพื้นที่สวนสาธารณะหนองนารี โดยเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 398 คน โดยการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย และระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้แนวสนทนากลุ่มกับผู้แสดงตนทางสังคม 48 คน และแบบสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาพื้นที่สาธารณะ จำนวน 5 ท่าน และใช้เทคนิคเดลไฟ โดยใช้แบบสอบถามไปยังผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 10 ท่าน แล้วนำมาทำการวิเคราะห์นำข้อมูลในการตรวจสอบรูปแบบความเหมาะสม

ลการศึกษาพบว่า กระบวนการเชิงนโยบาย ที่กำหนดความสำเร็จของการพัฒนาพื้นที่สาธารณะให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนเมือง ได้แก่ การกำหนดระบุปัญหาแนวทางการแก้ไขของชุมชนผ่านการมีส่วนร่วมจากชุมชน ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้ทรงคุณวุฒิ นำเสนอผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาและดำเนินการตามแผนพัฒนาพื้นที่สาธารณะ

ส่วนปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่สาธารณะให้เป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชนเมือง ได้แก่ ปัจจัยด้านกายภาพพื้นที่(ค่าเฉลี่ย = 4.21) และปัจจัยด้ายกายภาพทางสังคม (ค่าเฉลี่ย =4.22) ส่วนปัจจัยรองได้แก่ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ(ค่าเฉลี่ย = 4.18) ปัจจัยด้านการมีส่วนร่วม(ค่าเฉลี่ย = 4.16) ปัจจัยด้านการเรียนรู้ (ค่าเฉลี่ย = 4.16) และปัจจัยด้านการบริหาร (ค่าเฉลี่ย = 4.23)

สำหรับรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมที่พบในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ การพัฒนาพื้นที่สาธารณะหนองนารีต้องมีการพัฒนาทั้งทางด้านกายภาพพื้นที่ ด้านพื้นที่ทางสังคม ด้านเศรษฐกิจใช้กิจกรรมที่เป็นอัตลักษณ์ในพื้นที่เป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้และการมีส่วนร่วม โดยอาศัยผู้นำทางสังคมเป็นตัวขับเคลื่อน

โดยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญคือ

1. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรนำรูปแบบการพัฒนาพื้นที่สาธารณะไปกำหนดเป็นแผนพัฒนาพื้นที่สาธารณะร่วมกัน (MOU) ควรจัดทำ Master Plan พื้นที่สาธารณะหนองนารีเพื่อให้เกิดทิศทางการพัฒนาไปในทางเดียวกัน

2. แผนการดำเนินงานควรให้ความสำคัญในบทบาทของพื้นที่สาธารณะในการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจของผู้ที่ยากจนมีการศึกษาน้อย ทำให้เกิดรายได้มาเลี้ยงชีพตลอดเวลา ส่งเสริมการจัดกิจกรรมประเพณีชุมชนเพื่อให้เกิดพลวัตด้านสังคมและด้านเศรษฐกิจ

คำสำคัญ : พื้นที่สาธารณะ ชุมชนเมือง แหล่งเรียนรู้ของชุมชน

Abstract

This research has three major objectives 1) to reveal the policy process for urban communities learning in public space, 2) to identify determinant factors for participatory achievement and 3) to synthesize the participatory model of urban community learning practice. The author applied 3 communities surrounding NongNaree Park for his target area. By using quantitative and qualitative methods, 364 participants were random sampling. Each individual was interviewed. Then, qualitative methods, including documentary study, focus group, and in-depth interview were applied. Social development actors who have been actively involved in the policy formation were deeply investigated.

The results were: 1) the policy formation influenced to the successful development included people participatory in identifying problems and finding solutions for integration of public spaces and urban learning resources. Local and national experts as well as local administration officers who actively involved in budget planning process were included into policy formation. Formal memorandums of understanding with related local administration were subjected to the master plan; 2) The significant determinant factors included physical space factors ( = 4.21), physical social factors ( =4.22), economic, ( =4.18), participatory factors ( =4.16), management ( =4.23), learning ( =4.16) respectively; 3) The practical model for developing urban community learning center was: 3.1) the integrative participatory model and urban community learning of practice or a so called “Urban Model for Community Of Practices (UMCoP)”; 3.2) determinants factors were continuous promotional activities based on traditions, social and economic dynamics. The UMCoP should be best if focusing on solving economic problems of the local poor and low educated; 3.3) design development plan would be best by the community participation focusing on social networks and effective communication.

Keywords : Public space, Urban Community, Community Learning Center
สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ