ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการจัดการความรู้สำหรับวิชาชีพทนายความ
รหัสดีโอไอ
Creator เกียรติศักดิ์ วรวิทย์รัตนกุล
Title ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการจัดการความรู้สำหรับวิชาชีพทนายความ
Publisher สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์
Publication Year 2555
Journal Title PHETCHABUN RAJABHAT JOURNAL
Journal Vol. 14
Journal No. 2
Page no. 66-77
Keyword ยุทธศาสตร์การพัฒนา, การจัดการความรู้, วิชาชีพทนายความ, Strategy, Knowledge Management, Lawyers Professional
URL Website http://research.pcru.ac.th/journal_pcru
Website title เว็บไซต์ราชภัฏเพชรบูรณ์สาร
ISSN 0859-8185
Abstract

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1.สำรวจความต้องการที่จำเป็นและความพร้อมในการจัดการความรู้สำหรับวิชาชีพทนายความ 2.สร้างยุทธศาสตร์การพัฒนา 3.ทดลองยุทธศาสตร์การพัฒนา และ 4.กำหนดแนวทางสาธิตเผยแพร่ดำเนินการเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามสำรวจข้อมูลสภาพจริงด้านข้อมูลทั่วไป, ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายใหม่, การจัดการความรู้, ความพร้อมในการจัดการความรู้, ปัญหา,อุปสรรค,การสนับสนุนที่จำเป็นต่อการประกอบวิชาชีพทนายความและข้อเสนอแนะอื่น ๆจากประชากร ทนายความที่ขึ้นทะเบียนใบอนุญาตให้เป็นทนายความวิชาชีพในจังหวัดนครสวรรค์มีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี จำนวน 120 คน ได้ใช้แบบสอบถามข้อมูลที่สมบูรณ์ จำนวน 97 ชุด วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป วิเคราะห์โครงสร้างละแทนค่าในกรอบการสร้างยุทธศาสตร์การพัฒนาการจัดการความรู้สำหรับวิชาชีพทนายความเป็น 3 ยุทธศาสตร์ คือ 1.ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพทนายความ 2.ยุทธศาสตร์การจัดการความรู้คู่ทนายความและ 3.ยุทธศาสตร์การจัดตั้งศูนย์เครือข่ายความรู้คู่ทนายความ ทำการทดลองยุทธศาสตร์กับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 20 คน เป็นการกำหนดกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เป็นผู้มีประสบการณ์ในวิชาชีพทนายความน้อย (5-10 ปี) จำนวน 7 คน เป็นผู้มีประสบการณ์ปานกลาง ( 11-20 ปี) จำนวน 6 คน และเป็นผู้มีประสบการณ์สูง ( มากกว่า 20 ปี) จำนวน 7 คน ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้มีความชำนาญคดีเฉพาะด้านและ/หรือ เป็นผู้มีทักษะด้านคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต, มีประสบการณ์ด้านการถ่ายทอดความรู้เช่นการสอน, วิทยากร, เคยมีผลงานด้านการเขียนบทความทางกฎหมายในสื่อประเภทต่าง ๆ รวมทั้งเป็นผู้ที่ความสมัครใจและมีความพร้อมในการเข้าร่วมดำเนินการทดลองดำเนินการทดลองตามหลักการบริหารงานแบบ PDCA เป็นเวลา12สัปดาห์ ประเมินผลโดยการทดสอบก่อนทดลองและหลังทดลอง เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองยุทธศาสตร์ได้แก่ แบบสอบถามความพึงพอใจตามเทคนิค Likert Scale 1. แบบสอบถามความพึงพอใจในการอบรมคอมพิวเตอร์ (Internet, Gmail, Facebook, Youtube, KM Blog) 2. แบบสอบถามความพึงพอใจในการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซด์เครือข่ายความรู้คู่ทนายความและ แบบทดสอบความรู้1. แบบทดสอบความรู้เรื่องการจัดการความรู้ 2. แบบทดสอบความรู้เรื่องกฎหมายใหม่ เปรียบเทียบก่อนและหลังการเข้าร่วมทดลองยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการจัดการความรู้สำหรับวิชาชีพทนายความวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวน

ผลการทดลองพบว่า 1. ทนายความวิชาชีพในจังหวัดนครสวรรค์มีความพร้อมในการจัดการความรู้สำหรับวิชาชีพทนายความในระดับปานกลาง (3.40 ?0.92)เมื่อพิจารณาในรายละเอียดพบว่า มีความพร้อมด้านคอมพิวเตอร์และระบบฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ในระดับมาก (3.81 ? 0.95) องค์กรที่เกี่ยวข้องในจังหวัดนครสวรรค์มีความพร้อมในการสนับสนุนการสอบถามข้อกฎหมายในระดับปานกลาง(3.04 ?0.95) นอกจากนี้ยังพบว่าทนายความวิชาชีพในจังหวัดนครสวรรค์มีความต้องการเรื่องการจัดอบรมสัมมนาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทนายความ(4.01? 0.70)ต้องการเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้ ปัญหาและอุปสรรคระหว่างทนายความด้วยกัน (3.89 ?0.86) 2. แทนค่าและสร้างยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการจัดการความรู้สำหรับวิชาชีพทนายความจังหวัดนครสวรรค์ โดยใช้กรอบความคิดทางการสร้างยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการจัดการความรู้ของ เฉลียว บุรีภักดี ผสมผสานกับหลักปรัชญาความคิดของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเรื่องโยนิโสมนสิการ ในการวิเคราะห์ปัญหา และเหตุแห่งปัญหา (ทุกข์ สุมทัย) หรือสภาพปัจจุบัน (System A) การหมดของปัญหา (นิโรธ) หรือ สิ่งที่ต้องการในอนาคต (System B) วิธีแก้ปัญหา (มรรค) หรือหน่วยระบบทำงาน (System C)โดยใช้ทฤษฎีระบบ การจัดการความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทฤษฎีวิพากษ์ สุนทรียสนทนา SWOT, R&D, PDCA และระบบเครือข่ายเป็นเครื่องมือกำหนดกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาเป็น3 ยุทธศาสตร์ คือ 1.การพัฒนาศักยภาพทนายความ โดยการอบรมความรู้เรื่องการจัดการความรู้และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 2. การจัดการความรู้คู่ทนายความ โดยการกำหนดตัวบ่งชี้ความรู้ รูปแบบและวิธีการดำเนินงานจัดการความรู้ 3. การสร้างศูนย์เครือข่ายวิชาชีพทนายความ โดยเปิดเว็บไซด์ www.เครือข่ายความรู้คู่ทนายความ.com เพื่อสร้างช่องทางในการเผยแพร่ สืบค้นและแลกเปลี่ยนความรู้ทางกฎหมาย1.การพัฒนาศักยภาพทนายความ ผลการพัฒนาศักยภาพในกลุ่มทดลองพบว่าระดับความพึงพอใจภายหลังการอบรมเกี่ยวกับการใช้งาน Facebook และ KM Blog มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ระดับน้อยและปานกลาง และผลการจัดอบรมความรู้เรื่องการจัดการความรู้ (Knowledge Management) พบว่า1.กลุ่มทดลองมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดการความรู้เพิ่มขึ้น โดยมีค่าเฉลี่ยหลังการอบรมสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนการอบรมที่ระดับนัยสำคัญ 0.052. ผลที่เกิดกับการจัดการความรู้คู่ทนายความ คือมีการจัดตั้งคณะกรรมการจัดการความรู้ดำเนินการตามรูปแบบการจัดการความรู้คือการบ่งชี้ความรู้ การแสวงหาความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยตรงโดยผ่านเครือข่ายและการจัดเก็บความรู้เพื่อนำไป สาธิต เผยแพร่ แก่สมาชิกทนายความและบุคคลที่สนใจผ่านทาง เฟสบุ๊คกลุ่มความรู้คู่ทนายความ และเว็บเพจ www.เครือข่ายความรู้คู่ทนายความ.com 3. ผลที่เกิดกับศูนย์เครือข่ายความรู้คู่ทนายความโดยดำเนินการจดทะเบียนเว็บไซต์ www.เครือข่ายความรู้คู่ทนายความ.comเพื่อเป็นคลังความรู้ที่มีการดำเนินการรวบรวมจัดเก็บองค์ความรู้เป็นหมวดเป็นหมู่เก็บไว้ในคลังความรู้ 4.เป็นแนวทางการสาธิตเผยแพร่เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ใช้ความรู้คู่คุณธรรมมีการจัดเก็บประวัติผู้เข้ามาใช้เครือข่ายผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเครือข่าย ควบคุมการใช้ความรู้อย่างมีคุณธรรมให้รางวัลยกย่องคนดีผู้ใช้ความรู้เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

คำสำคัญ : ยุทธศาสตร์การพัฒนา การจัดการความรู้ วิชาชีพทนายความ

Abstracts

This research was aimed to 1) survey the need and readiness for knowledge management for lawyers 2) create a lawyer developmental strategy 3) make an experiment in lawyer developmental strategy and 4) stipulate demonstration and distribution guidelines in developmental strategy of knowledge management systems for professional lawyers. Quantitative and qualitative research methods were used to analyze the need and readiness in knowledge management for lawyers. A set of questionnaires and in-depth interviews were distributed to 97 lawyers in Nakhonsawan province, 20 lawyers as a sample group came from purposive sampling procedures. Pre and post tests were used in data collecting and analysis. Basic data were analyzed and synthesized and issues and obstacles, in the context of knowledge management for lawyer implementation, were identified by this investigation. Lawyer's lack of specialized knowledge and inefficiencies and the unavailability of a knowledge management system was a target problem - and it led to a lawyer development strategy based upon Yonisomanasik?ra, system theory, knowledge management, development strategy, SWOT, R&D, PDCA ,Networks.

A conceptual framework for strategy development was divided into three parts. These were 1) a strategy for lawyer potential development, as the main processes; promoting knowledge management committees, knowledge management and its training, computer skills, information technology skills such as facebook and web board, and KM user guide. 2) a strategy for legal knowledge management, focusing on knowledge using identifications, knowledge creation and acquisition, knowledge sharing and knowledge storing; 3) a strategy for a Thai lawyers network focus on creating a website; “Legal Knowledge for Lawyer.com”, knowledge storing, knowledge demonstration and distribution, knowledge utilization and moral awareness.

The study found that after 12 weeks of sharing knowledge in a management committee, group sampling of 20 lawyers showed shown their improvement in all areas. 1) The strategy for lawyer potential development; at post-test, lawyers exhibited greater legal knowledge (P < 0.05) as well as an improvement in their computer skills; the mean number of understanding gradually rose up on G-mail (2.80 ? 1.47) Youtube (3.93 ? 0.96) KM Blog (3.00 ? 1.41) Facebook (1.73 ?0.96). In addition, there was a significant change in the content of knowledge management (P < 0.05). 2) Strategy for legal knowledge management; the committee for lawyer management has been set up. Knowledge identification for Nakhonsawan's Lawyers was laws on Juvenile Delinquency and procedures of the Juvenile and Family Courts, Civil and Commercial Codesand Criminal Procedure Codes. The results indicated improvement in all knowledge management procedures; knowledge creation and acquisition (P < 0.01), knowledge sharing (P < 0.05) and knowledge storing (P > 0.05). In addition, the mean number of knowledge creation and acquisition via focus group discussion and Facebook within their own offices (3.60 ? 0.68) and between offices (3.50 ? 0.83) were increased. 3) A strategy for Thai lawyers network focus on creating a website; domain name “www. Legal Knowledge for Lawyer.com” was registered as a new opportunity for knowledge storing, knowledge demonstration and distribution, knowledge utilization and moral awareness.

Keywords : Strategy, Knowledge Management, Lawyers Professional
สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ